รู้ก่อนฉีด! โบท็อก (Botox) ที่ไหนดี? เลือกคลินิกยังไงให้ปลอดภัย เห็นผลจริง?
โบท็อก (Botox) กลายเป็นหัตถการเสริมความงามที่หลายคนเลือกเป็นอันดับแรก หากต้องการปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย หรือทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยขั้นตอนที่รวดเร็ว เห็นผลไว และไม่ต้องพักฟื้น จึงไม่แปลกที่ โปรแกรมโบท็อก (Botox) จะได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการดูดีแบบทันใจ ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกลดกราม โบท็อกปรับรูปหน้า โบท็อกริ้วรอย หรือแม้แต่โบท็อกลดน่องขาและโบท็อกบ่าไหล่ ก็ล้วนสามารถปรับรูปหน้าและสัดส่วนได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากเลือกใช้ตัวยาแท้และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าและการใช้โบท็อก (Botox)
บทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับ โปรแกรมโบท็อก (Botox) ให้มากขึ้น ตั้งแต่วิธีการทำงานของโบท็อก (Botox) หรือ สารโบทูลินัม ท็อกซิน ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อก (Botox) ประเภทของโบท็อก (Botox) รวมถึงการดูแลตนเองหลังทำโปรแกรมโบท็อก (Botox) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน สวย ดูเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด
โบท็อก (Botox) คืออะไร? เหมาะกับใคร? อันตรายหรือไม่?
โบท็อก (Botulinum Toxin) คือ สารที่สกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum เป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติจับกับปลายประสาทที่มาควบคุมกล้ามเนื้อ ยับยั้งกล้ามเนื้อที่เลี้ยง โดยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหดตัวไม่ได้ และอยู่ในสภาพคลายตัว (ลดริ้วรอย) หรือลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง (ลดขนาดกราม หรือ ลดขนาดน่องขา)
ปัจจุบัน โปรแกรมโบท็อก (Botox) ได้รับความนิยมมาก เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ช่วยลดริ้วรอยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ โบท็อก (Botox) ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีอาการบวม อีกทั้งยังสามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้อย่างรวดเร็ว โดยผลลัพธ์หลังโบท็อก (Botox) จะคงอยู่ได้นาน 6-8 เดือน ตัวยาโบท็อก (Botox) มีการสลาย100% และไม่มีการตกค้างในร่างกายอีกด้วย
โปรแกรมโบท็อก (Botox) แต่ละจุด ช่วยอะไร?
1. โบท็อกลดริ้วรอย (หน้าผาก / ตีนกา / ระหว่างคิ้ว)
- ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
- เหมาะกับ ผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าบ่อยๆ เช่น ขมวดคิ้ว ยิ้ม หรือเลิกคิ้ว
2. โบท็อกลดกราม / ปรับรูปหน้า หน้าเรียว
- โบท็อกเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียว เล็กลงแบบเป็นธรรมชาติ
- เหมาะกับ คนที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก
3. โบท็อกลิฟกรอบหน้า (แนวกราม / ลำคอ)
- ยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ช่วยให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น
- เหมาะกับ ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัด
4. โบท็อกบ่าไหล่
- ลดความเกร็งและขนาดของกล้ามเนื้อบ่า ทำให้ช่วงคอดูยาว ไหล่ลาดสวย
- เหมาะกับ คนที่ไหล่ลู่หรือบ่าตึงจากการทำงาน, ใส่ชุดเปิดไหล่แล้วดูสง่างามขึ้น
5. โบท็อกลดน่อง
- โบท็อกเพื่อลดกล้ามเนื้อน่องขาที่ปูด ทำให้ขาดูเรียวเล็กลง
- เหมาะกับ ผู้ที่ออกกำลังกาย หรือใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ จนกล้ามน่องขาใหญ่
6. โบท็อกรักแร้
- ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว โดยยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ
- เหมาะกับ คนที่มีปัญหาเหงื่อออกมากหรือกลิ่นตัวแรง
โปรแกรมโบท็อก (Botox) ก่อนทำต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- ก่อนตัดสินใจโบท็อก (Botox) ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก ยี่ห้อโบท็อกให้ดี
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าและการใช้โบท็อก (Botox)
- เลือกใช้โบท็อก (Botox) แท้ ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น
- งดยากลุ่มลดการแข็งตัวของเลือด เช่น NSAIDs, Ponstan และ Aspirin
- งดการสครับหน้า 2-3 วัน เพื่อป้องกันอาการบวมช้ำ
- หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการโบท็อก (Botox)
โปรแกรมโบท็อก (Botox) มีขั้นตอน ดังนี้…
- ก่อนการฉีดโบท็อก (Botox) แพทย์จะทำการประเมินปัญหาของคนไข้แต่ละท่าน เพื่อดูปริมาณยาที่ใช้ตามความเหมาะสม
- ทายาชา ก่อนทำหัตถการโบท็อก (Botox) โดยใช้เวลาให้ยาชาซึมสู่ใต้ผิวหนังประมาณ 30-45 นาที (บางบริเวณสามารถใช้การประคบเย็นได้)
- แพทย์ทำการฉีดโบท็อกด้วยเข็มขนาดเล็ก โดยคนไข้อาจรู้สึกจี๊ดๆ คล้ายกับมดกัด
- หลังฉีดโบท็อก (Botox) สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่มีอาการปวดหรือบวม
โปรแกรมโบท็อก (Botox) กี่วันเห็นผล?
โดยปกติ หลังฉีดโบท็อก (Botox) จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-4 สัปดาห์ เป็นต้นไป และจะค่อยๆชัดเจนที่ 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อก (Botox) และการดูแลตนเองหลังฉีดโบท็อก (Botox) ค่ะ
โปรแกรมโบท็อก (Botox) หลังทำควรดูแลตนเองอย่างไร?
- หลังฉีดโบท็อก (Botox) สามารถล้างหน้า ทาครีมได้ตามปกติ
- ในช่วง 3 วันแรก หลังทำหัตถการโบท็อก (Botox) อาจมีรอยช้ำเกิดขึ้นได้เล็กน้อย คนไข้สามารถประคบเย็นได้
- หลังโบท็อก (Botox) แนะนำขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 20-30 นาที
- หากโบท็อก (Botox) ริ้วรอยหน้าผากและรอบดวงตา ควรงดนอนราบ 4 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า การทำทรีทเม้นต์แบบอุ่น หรือเลเซอร์ หลังโบท็อก (Botox) อย่างน้อย 2 สัปดาห์
โปรแกรมโบท็อก (Botox) ที่ Showtime Clinic
- Korea Brand (1 บริเวณ) ริ้วรอย / ลิฟกรอบหน้า / ลดกราม ราคา 3500 บาท
- USA Brand (Allergan) 100 U. 17,900 บาท
โปรแกรมโบท็อก (Botox) ไม่เหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจ
- ผู้ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง ในบริเวณที่จะฉีดโบท็อก
- ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
สำหรับผู้ที่เคยมีผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อก (Botox) มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เคยผ่าตัดบริเวณใบหน้า มีภาวะเลือดหยุดยากหรือให้นมบุตร สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการโบท็อก (Botox) ได้
โปรแกรมโบท็อก (Botox) ฉีดซ้ำบ่อยๆ มีผลเสียไหม?
โดยปกติ โบท็อก (Botox) จะออกฤทธิ์ชั่วคราว ประมาณ 4–6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานเหมือนเดิม ดังนั้น คนที่ต้องการคงผลลัพธ์จำเป็นต้องฉีดโบท็อก (Botox) ซ้ำ! แต่ถ้าฉีดซ้ำบ่อยเกินไป หรือฉีดในระยะเวลาที่ใกล้กันเกินไปก็อาจเกิดผลเสียได้
ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการฉีดโบท็อก (Botox) บ่อยเกินไป!
- อาการดื้อโบท็อก (Botox) ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสารโบทูลินัม ท็อกซิน ทำให้ครั้งต่อไปเห็นผลน้อยลงหรืออาจจะไม่เห็นผลเลย หรืออาจเกิดได้จากการฉีดโบท็อก (Botox) บ่อยเกิน และใช้ปริมาณยามากเกินจำเป็น
- กล้ามเนื้อลีบ / อ่อนแรงเกินไป กล้ามเนื้อที่ถูกยับยั้งนานๆ อาจลีบลง ทำให้ใบหน้าหรือส่วนนั้นดูไม่สมดุล เช่น ฉีดโบท็อกกรามบ่อยเกินไป อาจทำให้โครงหน้าดูแปลก
- สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าฉีดโบท็อกมากเกินไป หรือเว้นระยะห่างไม่มากพอ อาจทำให้สีหน้าตึง แข็ง หรือยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ
- เพิ่มความเสี่ยงจากการฉีดโบท็อก (Botox) ทุกครั้งที่ฉีดโบท็อก (Botox) มีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น บวม ช้ำ หรือแพ้ยา ซึ่งการฉีดโบท็อก (Botox) บ่อยๆ ย่อมเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
โบท็อก (Botox) ปลอม มีวิธีสังเกตอย่างไร ?
- โบท็อก (Botox) แท้ ต้องมีฝาพลาสติกใสปิดทับอยู่ด้านบน
- มีตัวหนังสือภาษาไทยแสดงเลขที่ อย. มีวันผลิตและวันหมดอายุที่กล่องกับขวดตรงกัน
- มีข้อมูลระบุว่านำเข้าโดยบริษัทใด ซึ่งคนไข้สามารถโทรเช็คกับบริษัทนำเข้าได้โดยตรง
หลังฉีดโบท็อก (Botox) ปลอม มีวิธีสังเกตอาการอย่างไร ?
หลังฉีดโบท็อก (Botox) ปลอม หากคนไข้โชคดีไม่เกิดการอักเสบติดเชื้อ ก็อาจจะไม่ทราบได้เลยว่า ฉีดโบท็อกปลอม หรือ โบท็อกหิ้วมา แต่ในระยะยาวหากฉีดโบท็อกปลอมซ้ำๆ หรือฉีดบ่อยเกินไป ร่างกายก็จะตอบรับด้วยการสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายการฉีดโบท็อกครั้งต่อๆ ไป ก็จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
หากฉีดโบท็อก (Botox) ปลอมไปแล้ว ควรแก้ไขอย่างไร ?
ปัจจุบันไม่มีตัวยาสลายโบท็อก หากพลาดฉีดโบท็อกปลอม แต่ไม่เกิดผลข้างเคียงรุนแรง ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดไปเอง และเว้นระยะห่างการฉีดโบท็อกออกไป อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนกลับไปฉีดซ้ำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมั่นใจได้ว่าใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อก (Botox) แท้ ในการแก้ปัญหาริ้วรอย
FAQ เกี่ยวกับโปรแกรมโบท็อก (Botox)
Q1: โบท็อกคืออะไร?
A: โบท็อก (Botox) คือสาร Botulinum Toxin ที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ใช้เพื่อลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือปรับสัดส่วนร่างกาย เช่น โบท็อกลดกราม โบท็อกลดน่อง หรือโบท็อกบ่าไหล่
Q2: โบท็อกกี่วันเห็นผล?
A: โดยทั่วไป โบท็อก (Botox) จะออกฤทธิ์และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 1–2 สัปดาห์หลังฉีด แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกด้วย
Q3: โบท็อกอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: อยู่ได้นานประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อก (Botox) ปริมาณที่ใช้ และการดูแลตนเองหลังโบท็อก (Botox)
Q4: ฉีดโบท็อกอันตรายไหม?
A: ถ้าฉีดโบท็อกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า และใช้ตัวยาโบท็อก (Botox) แท้ จะมีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบได้ คือ บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองใน 2-3 วัน
Q5: โบท็อก (Botox) กับ ฟิลเลอร์ (Filler) ต่างกันอย่างไร?
A: โบท็อก (Botox) ใช้คลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า ส่วนฟิลเลอร์ (Filler) ใช้เติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้กับใบหน้า
Q6: หลังฉีดโบท็อก (Botox) ต้องดูแลตนเองอย่างไร?
A: งดนอนราบ 3–4 ชั่วโมงแรก งดนวดหน้า หรือทำเลเซอร์ในบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใน 24 ชั่วโมงแรก
Q7: โบท็อกฉีดซ้ำบ่อยๆ ได้ไหม?
A: ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3–4 เดือนก่อนฉีดซ้ำ เพื่อลดความเสี่ยงดื้อโบท็อกและให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว
