ร้อยไหมคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ปัญหากวนใจอย่างความหย่อนคล้อย แก้มห้อย หรือร่องแก้มลึก เป็นสัญญาณแห่งวัยที่ทำให้หลายคนเสียความมั่นใจ และทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยโดยไม่รู้ตัว แม้จะทาครีมบำรุงเท่าไหร่ก็เอาไม่อยู่ แต่ในปัจจุบันมีทางลัดความสวยที่เรียกว่าการร้อยไหมซึ่งเป็นหัตถการยอดฮิตที่เข้ามาแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ และที่สำคัญคือเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันที บทความนี้ทาง Showtime Clinic จะขออาสาพาคุณไปเจาะลึกข้อมูลแบบจัดเต็มว่าการร้อยไหมคืออะไร อันตรายไหม ราคาเท่าไหร่ และเหมาะกับรูปหน้าแบบไหน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนเดินเข้าคลินิกค่ะ

ร้อยไหมคืออะไร

การร้อยไหม (Thread Lift) คือหัตถการทางการแพทย์เพื่อการยกกระชับปรับรูปหน้า โดยแพทย์จะทำการสอดเส้นไหมละลายชนิดพิเศษเข้าไปในชั้นผิวหนัง เพื่อทำการดึงรั้งและยกพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ โดยไม่ต้องตัดแต่งผิวหนังเหมือนการผ่าตัด ซึ่งเส้นไหมเหล่านี้จะค่อยๆ ละลายหายไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง แต่จะทิ้งโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ไว้ใต้ชั้นผิวแทน

ซึ่งผลลัพธ์จากการร้อยไหมจะทำงานผ่าน 2 กลไกหลักๆ ที่ส่งเสริมกัน ดังนี้

  • Lifting Effect (ผลลัพธ์การยกทันที): เมื่อแพทย์สอดเส้นไหมที่มีเงี่ยง (Barbs) เข้าไป เงี่ยงเหล่านี้จะทำหน้าที่คล้ายตะขอเล็กๆ เกี่ยวรั้งเนื้อเยื่อผิวหนังแล้วดึงขึ้นตามทิศทางที่แพทย์กำหนด ทำให้เกิดแรงยก (Lifting) แก้มที่ห้อยหรือผิวที่ย้อยจึงถูกยกขึ้นทันทีหลังทำ
  • Tightening Effect (ผลลัพธ์การกระชับผิว): หลังจากร้อยไหมไปแล้ว ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม (Foreign Body Reaction) ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ (Angiogenesis) และสร้างเส้นใยคอลลาเจนกับอีลาสตินมาพันรอบๆ เส้นไหม ทำให้ผิวบริเวณนั้นแน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น และรูขุมขนกระชับขึ้นตามไปด้วย

ร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง

การร้อยไหมถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และเรียวสวย โดยจุดเด่นที่สุดของการร้อยไหมคือการแก้ปัญหาในจุดที่เครื่องยกกระชับบางชนิดอาจทำได้ไม่ชัดเจนเท่าการดึงด้วยไหม ซึ่งปัญหาหลักที่แก้ไขได้ดีที่สุด ได้แก่

  • ยกกระชับแก้มห้อย แก้มย้อย: ช่วยเก็บกระเปาะแก้มหรือไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มล่างที่ห้อยตกลงมา ให้ยกขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้หน้าดูเด็กลง
  • เก็บกรอบหน้าให้ชัด (Jawline): สำหรับคนที่มีกรอบหน้าไม่ชัด หน้าบาน หรือดูหน้ากลม การร้อยไหมบริเวณกรอบหน้าจะช่วยดึงผิวให้แนบกระชับกับโครงกระดูกขากรรไกร ทำให้เห็นสันกรามชัดเจนขึ้น
  • ลดร่องแก้มลึก (Nasolabial folds): ร่องแก้มเป็นจุดที่บ่งบอกความชราได้ชัดเจน การร้อยไหมจะช่วยดึงเนื้อแก้มด้านบนให้ยกขึ้น ส่งผลให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นโดยธรรมชาติ
  • ยกหางตา / ยกคิ้ว (Foxy Eyes): ช่วยปรับรูปตาให้ดูเฉี่ยวขึ้น เปิดชั้นตาให้ดูกว้างขึ้น แก้ปัญหาหางตาตกที่ทำให้หน้าดูเศร้า

หากคุณต้องการผลลัพธ์แบบ หน้าเรียว เป็นทรง วีเชฟ (V-Shape) อย่างชัดเจน การร้อยไหมมักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่แพทย์แนะนำ เพราะสามารถ Design รูปหน้าได้ดั่งใจนั่นเอง

ประเภทของเส้นไหม ที่ควรรู้จัก

ก่อนตัดสินใจทำ สิ่งที่ควรรู้คือ “ไหมไม่ได้เหมือนกันทุกเส้น” การเลือกประเภทของไหมส่งผลต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยโดยตรง โดยเราสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้:

แบ่งตามวัสดุ (เน้นความปลอดภัย)

  • PDO (Polydioxanone): เป็นวัสดุที่นิยมที่สุดและมีความปลอดภัยสูง ใช้กันมานานในวงการเย็บแผลผ่าตัด เส้นไหมมีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหักง่าย และสามารถละลายหายไปได้เองจนหมดภายใน 6-8 เดือน โดยไม่ก่อให้เกิดพังผืดอันตราย
  • PLLA / PCL: เป็นวัสดุรุ่นใหม่ที่พัฒนาให้ละลายช้ากว่า PDO (อยู่ได้นาน 12-24 เดือน) เส้นไหมจะมีความแข็งกว่า เหมาะกับการกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว แต่อาจมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า PDO เล็กน้อย

แบ่งตามลักษณะของเส้นไหม

  • ไหมเรียบ (Mono Thread): เส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง เน้นใส่จำนวนมากเพื่อสานเป็นร่างแห ช่วยเรื่องผิวแน่นฟู กระชับรูขุมขน แต่ ไม่ช่วยเรื่องการยกหน้า
  • ไหมเกลียว (Screw Thread): เป็นไหมที่พันกันเป็นเกลียว ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวเติมเต็มร่องลึกได้บ้าง
  • ไหมเงี่ยง (Barb/Cog Thread): สำคัญที่สุดสำหรับการปรับรูปหน้า เป็นไหมที่มีเงี่ยงตลอดแนวเส้น เงี่ยงนี้จะทำหน้าที่ยึดเกาะกับเนื้อเยื่อเพื่อดึงยกผิวหนัง หากต้องการร้อยไหมเพื่อแก้แก้มห้อย ต้องใช้ไหมเงี่ยงเท่านั้น

แนะนำไหมรุ่นยอดฮิต MINT Lift และไหมธรรมดา

ที่ Showtime Clinic เราคัดสรรเฉพาะไหมคุณภาพระดับ Premium ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้คนไข้มั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัย โดยมีให้เปรียบเทียบ ดังนี้

ไหม MINT (Minimal Invasive Nonsurgical Thread) 

ไหม MINT หรือที่หลายคนเรียกว่า “ไหมมิ้นท์” เป็นไหม PDO จากเกาหลีที่ได้รับความนิยมสูงมาก

  • จุดเด่น: มีโครงสร้างเงี่ยงแบบ 3D Helical Barbs คือมีเงี่ยงวนรอบทิศทาง 360 องศา และเป็นเงี่ยงแบบหล่อ (Molding) ไม่ใช่การบาก ทำให้เส้นไหมแข็งแรง ทนต่อแรงดึงได้สูงมาก ไม่ขาดง่าย
  • การรับรอง: เป็นไหมเพียงตัวเดียวที่ได้รับ อย. ไทย และ US FDA รับรองในเรื่องของการ “ยกกระชับ” (Lifting Indication) โดยเฉพาะ
  • เหมาะกับใคร: เหมาะกับคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ ผิวหนา หรือมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ต้องการแรงยกสูงๆ

2. ไหมก้างปลา หรือ ไหม Cog

ไหมก้างปลา เป็นไหมละลายรุ่นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่รู้จักกันดีในวงการ ร้อยไหม

  • จุดเด่น: ลักษณะเป็นเส้นไหมที่มีการบากตัวไหมให้เป็นเงี่ยงคล้าย “ก้างปลา” เพื่อใช้ในการยึดเกาะผิวหนังและดึงยกขึ้น ข้อดีคือราคาเข้าถึงง่าย สบายกระเป๋า และยังคงให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดี หน้าเรียวขึ้น และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เช่นกัน
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ผิวไม่หนามาก หรือผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าในงบประมาณที่คุ้มค่า (Budget-friendly)
ร้อยไหมเหมาะกับใคร

ร้อยไหมเหมาะกับใคร

การร้อยไหมไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในกลุ่มคนไข้ที่มีลักษณะดังนี้:

  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 – 50 ปี ที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อย
  • คนที่มีปัญหาแก้มห้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าไม่ชัด ในระดับปานกลาง (Moderate Sagging)
  • คนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ไม่อยากรอนาน
  • คนที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน กลัวการดมยาสลบ หรือยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดศัลยกรรม

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความจริงว่าการร้อยไหมมีขีดจำกัด แต่สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก ผิวหนังส่วนเกินเยอะ หรืออายุเยอะ (50-60 ปีขึ้นไป) การร้อยไหมร้อยไหมอาจไม่เพียงพอและไม่คุ้มค่าในระยะยาว แนะนำให้พิจารณาการ ดึงหน้า (Face Lift) จะเห็นผลชัดเจน แก้ปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืนกว่า

ร้อยไหมอันตรายไหม ข้อควรรู้ก่อนทำ

หลายคนกังวลว่าร้อยไหมจะหน้าพังหรือเกิดอันตราย คำตอบคือ “มีความปลอดภัยสูงและไม่อันตราย” หากทำภายใต้ 3 เงื่อนไขนี้ 

  1. ทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ 
  2. ทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน 
  3. ใช้ไหมแท้ที่ผ่าน อย.

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ (ไม่อันตราย)

  • อาการบวมช้ำ: เป็นเรื่องปกติจากการสอดเข็มเข้าไปใต้ผิว จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 3-7 วัน
  • รอยบุ๋ม (Dimple): เกิดจากไหมรั้งผิวตื้นเกินไป หรือจุดดึงรั้งแน่นมาก มักจะคลายตัวและหายไปเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

ข้อห้ามในการร้อยไหม

  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือเป็นสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะร้อยไหม
  • ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด (ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดยาก่อน)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา

เปรียบเทียบชัดๆ ร้อยไหม vs Hifu vs โบท็อกซ์ vs ผ่าตัดดึงหน้า

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าคุณควรเลือกทำอะไร เราสรุปความแตกต่างมาให้ดังนี้:

  • Hifu / Ulthera: เน้นการปล่อยคลื่นเสียงลงไปกระชับชั้น SMAS เหมาะกับคนที่กลัวเข็ม แต่ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป (ใช้เวลา 1-2 เดือนจึงจะเห็นผลเต็มที่) และไม่ได้ช่วยยกผิวที่ห้อยมากๆ ให้ขึ้นไปได้เหมือนการดึง
  • Botox (โบท็อกซ์): เด่นเรื่องการลดขนาดกราม (ลดกล้ามเนื้อ) และลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า แต่ ไม่ช่วยแก้ปัญหาผิวห้อยย้อย
  • ร้อยไหม: เด่นที่สุดเรื่องการ “ยก” ผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นทันที เห็นผลชัดเจนกว่าเครื่องยกกระชับในแง่ของการปรับรูปหน้า
  • ศัลยกรรมดึงหน้า: เป็นการผ่าตัดตัดหนังส่วนเกินออกและเย็บกระชับชั้นกล้ามเนื้อ เป็นวิธีแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยขั้นสุดที่ให้ผลลัพธ์ถาวรที่สุด

หากใครลังเลระหว่างการร้อยไหมกับการผ่าตัด และอยากทราบงบประมาณเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าในระยะยาว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้กับทาง Showtime Clinic เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ขั้นตอนการร้อยไหม ที่ Showtime Clinic

  1. ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า ปัญหาผิว และจำนวนเส้นไหมที่เหมาะสม (Case by case)
  2. เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดใบหน้า และทำการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความเจ็บ
  3. แพทย์จะทำการฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาทเฉพาะจุด เพิ่มความสบายระหว่างทำ
  4. แพทย์เริ่มทำการร้อยไหมตามเทคนิคเฉพาะ เพื่อยกกระชับและปรับรูปหน้า ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
  5. แพทย์อาจให้คนไข้ส่องกระจกดูผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จครึ่งหน้า เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

เพื่อให้ไหมเข้าที่สวยและอยู่ได้นาน การดูแลตัวเองหลังทำสำคัญมาก:

  • ห้ามอ้าปากกว้าง: งดการหัวเราะกว้างๆ ทานคำคำโต หรือทำฟัน ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไหมเคลื่อนหรือหลุดจากเนื้อเยื่อ
  • งดความร้อน: งดทำเลเซอร์ร้อน (RF, Laser) ซาวน่า หรือโยคะร้อน ประมาณ 1 เดือน เพราะความร้อนอาจทำให้ไหมละลายไวขึ้น
  • ทานยา: ทานยาแก้อักเสบ ลดบวม และแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ท่านอน: แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อลดอาการบวม

ร้อยไหมกับ Showtime Clinic ราคาเท่าไหร่

ราคาของการร้อยไหมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ “จำนวนเส้น” “รุ่นของไหม” และ “ประสบการณ์ของแพทย์” ที่ Showtime Clinic เรามีความโปร่งใสเรื่องราคา คุ้มค่าและไม่มีบวกเพิ่ม ดังนี้:

  • ไหม MINT (Top Tier)
  • ยกแก้ม: 15,900 บาท
  • ยกแก้ม + เก็บร่องแก้ม: 26,900 บาท
ทำไมต้องร้อยไหมที่ Showtime Clinic

ทำไมต้องร้อยไหมที่ Showtime Clinic

เพราะใบหน้าของคุณมีเพียงหนึ่งเดียว การเลือกคลินิกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ Showtime Clinic เราไม่ได้แค่ “ร้อยให้เสร็จ” แต่เรา “ออกแบบ” ความสวยให้คุณมั่นใจที่สุด

  • แพทย์ประเมินรูปหน้าเคสต่อเคส (Customized): เราไม่ใช้แพทเทิร์นเดียวกันกับทุกคน แต่หมอจะดูปัญหาโครงหน้าจริง เพื่อวางแผนแนวไหมให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
  • ใช้ไหมแท้ แกะกล่องให้ดู: มั่นใจได้ 100% ว่าได้ไหม White Medience หรือ MINT ของแท้ เราแกะซองและกล่องให้ดูต่อหน้าก่อนทำทุกเคส
  • เทคนิคเฉพาะ บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว: ด้วยความเชี่ยวชาญของแพทย์ ทำให้มือเบา ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ อาการบวมช้ำจึงน้อยกว่า
  • ติดตามผลหลังทำ: เรามีทีมดูแลและนัดติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการร้อยไหม

ร้อยไหมอยู่ได้นานไหม

โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการร้อยไหมจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นไหม (เช่น ไหม MINT จะอยู่ได้นานกว่าไหมทั่วไป), การดูแลรักษาของคนไข้ และเทคนิคการวางเส้นไหมของแพทย์ แต่เมื่อไหมละลายหมดแล้ว หน้าก็จะไม่กลับมาหย่อนเท่าเดิมในทันที เพราะมีคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาช่วยพยุงไว้อยู่

ร้อยไหมเจ็บไหม

หลายคนกลัวเจ็บ แต่ความจริงแล้วก่อนทำจะมีการแปะยาชาและฉีดยาชาเฉพาะจุด ทำให้ขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ เหมือนมีอะไรผ่านผิวหนังบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นระดับที่ทนได้สบายมาก

หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน

อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 3-7 วันแรก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยจะค่อยๆ ยุบลงและเริ่มเข้าที่เห็นทรงสวยชัดเจนในช่วง 2-4 สัปดาห์ สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดบวมได้

ร้อยไหม แตกต่างจาก Hifu หรือโบท็อกซ์อย่างไร

สรุปง่ายๆ คือ ร้อยไหมเน้นการ “ยก” (Lifting) ผิวที่หย่อนให้ขึ้นไปทันที เหมาะกับคนแก้มห้อย ส่วน Hifu เน้น “กระชับ” (Tightening) ชั้นผิวให้แน่นขึ้น และโบท็อกซ์เน้น “ลดริ้วรอย” หรือลดกรามปรับรูปหน้า ทั้ง 3 อย่างนี้สามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

สรุปการร้อยไหม

สรุปบทความ

การร้อยไหมคือหัตถการปรับรูปหน้าที่คุ้มค่าและตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว เห็นผลทันที และมีความปลอดภัยสูง ช่วยเรียกคืนความมั่นใจให้กลับมามีใบหน้าที่เรียวกระชับ ดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง หากคุณกำลังมองหา ศัลยกรรมเสริมจมูกและทำตาสองชั้นที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่เป๊ะทุกมิติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคส โดย คุณหมอเชาว์และคุณหมอแนน ปรึกษาฟรีวันนี้ เพื่อออกแบบทรงจมูกและชั้นตาที่เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของคุณ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ

{ “@context”: “https://schema.org”, “@graph”: [ { “@type”: “HowTo”, “name”: “ขั้นตอนการร้อยไหมยกกระชับปรับรูปหน้า”, “description”: “ขั้นตอนการทำหัตถการร้อยไหม ตั้งแต่การประเมินรูปหน้าไปจนถึงการดูผลลัพธ์หลังทำ”, “step”: [ { “@type”: “HowToStep”, “name”: “ปรึกษาและประเมินรูปหน้า”, “text”: “ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า ปัญหาผิว และจำนวนเส้นไหมที่เหมาะสมแบบ Case by case” }, { “@type”: “HowToStep”, “name”: “ทำความสะอาดและแปะยาชา”, “text”: “เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดใบหน้า และทำการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความเจ็บ” }, { “@type”: “HowToStep”, “name”: “ฉีดยาชาเฉพาะจุด”, “text”: “แพทย์จะทำการฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาทเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มความสบายระหว่างการทำหัตถการ” }, { “@type”: “HowToStep”, “name”: “ดำเนินการร้อยไหม”, “text”: “แพทย์เริ่มทำการร้อยไหมตามเทคนิคเฉพาะ เพื่อยกกระชับและปรับรูปหน้า โดยใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที” }, { “@type”: “HowToStep”, “name”: “ตรวจสอบผลลัพธ์”, “text”: “แพทย์อาจให้คนไข้ส่องกระจกดูผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จครึ่งหน้า เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง” } ] }, { “@type”: “FAQPage”, “mainEntity”: [ { “@type”: “Question”, “name”: “ร้อยไหมอยู่ได้นานไหม?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการร้อยไหมจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นไหม (เช่น ไหม MINT จะอยู่ได้นานกว่าไหมทั่วไป), การดูแลรักษาของคนไข้ และเทคนิคการวางเส้นไหมของแพทย์ แต่เมื่อไหมละลายหมดแล้ว หน้าก็จะไม่กลับมาหย่อนเท่าเดิมในทันที เพราะมีคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาช่วยพยุงไว้อยู่” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “ร้อยไหมเจ็บไหม?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “หลายคนกลัวเจ็บ แต่ความจริงแล้วก่อนทำจะมีการแปะยาชาและฉีดยาชาเฉพาะจุด ทำให้ขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ เหมือนมีอะไรผ่านผิวหนังบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นระดับที่ทนได้สบายมาก” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “หลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 3-7 วันแรก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยจะค่อยๆ ยุบลงและเริ่มเข้าที่เห็นทรงสวยชัดเจนในช่วง 2-4 สัปดาห์ สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดบวมได้” } }, { “@type”: “Question”, “name”: “ร้อยไหม แตกต่างจาก Hifu หรือโบท็อกซ์อย่างไร?”, “acceptedAnswer”: { “@type”: “Answer”, “text”: “สรุปง่ายๆ คือ ร้อยไหมเน้นการ ยก (Lifting) ผิวที่หย่อนให้ขึ้นไปทันที เหมาะกับคนแก้มห้อย ส่วน Hifu เน้น กระชับ (Tightening) ชั้นผิวให้แน่นขึ้น และโบท็อกซ์เน้น ลดริ้วรอย หรือลดกรามปรับรูปหน้า ทั้ง 3 อย่างนี้สามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น” } } ] } ] }

Similar Posts