โบท็อก (Botox) กลายเป็นหัตถการเสริมความงามที่หลายคนเลือกเป็นอันดับแรก หากต้องการปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย หรือทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยขั้นตอนที่รวดเร็ว เห็นผลไว และไม่ต้องพักฟื้น จึงไม่แปลกที่ โปรแกรมโบท็อก (Botox) จะได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการดูดีแบบทันใจ ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกลดกราม โบท็อกปรับรูปหน้า โบท็อกริ้วรอย หรือแม้แต่โบท็อกลดน่องขาและโบท็อกบ่าไหล่ ก็ล้วนสามารถปรับรูปหน้าและสัดส่วนได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากเลือกใช้ตัวยาแท้และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าและการใช้โบท็อก (Botox)

บทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับ โปรแกรมโบท็อก (Botox) ให้มากขึ้น ตั้งแต่วิธีการทำงานของโบท็อก (Botox) หรือ สารโบทูลินัม ท็อกซิน ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อก (Botox) ประเภทของโบท็อก (Botox) รวมถึงการดูแลตนเองหลังทำโปรแกรมโบท็อก (Botox) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน สวย ดูเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด

โบท็อก (Botulinum Toxin) คือ สารที่สกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum เป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติจับกับปลายประสาทที่มาควบคุมกล้ามเนื้อ ยับยั้งกล้ามเนื้อที่เลี้ยง โดยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหดตัวไม่ได้ และอยู่ในสภาพคลายตัว (ลดริ้วรอย) หรือลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง (ลดขนาดกราม หรือ ลดขนาดน่องขา)

ปัจจุบัน โปรแกรมโบท็อก (Botox) ได้รับความนิยมมาก เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ช่วยลดริ้วรอยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ โบท็อก (Botox) ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีอาการบวม อีกทั้งยังสามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้อย่างรวดเร็ว โดยผลลัพธ์หลังโบท็อก (Botox) จะคงอยู่ได้นาน 6-8 เดือน ตัวยาโบท็อก (Botox) มีการสลาย100% และไม่มีการตกค้างในร่างกายอีกด้วย

1. โบท็อกลดริ้วรอย (หน้าผาก / ตีนกา / ระหว่างคิ้ว)

  • ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
  • เหมาะกับ ผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าบ่อยๆ เช่น ขมวดคิ้ว ยิ้ม หรือเลิกคิ้ว

2. โบท็อกลดกราม / ปรับรูปหน้า หน้าเรียว

  • โบท็อกเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียว เล็กลงแบบเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะกับ คนที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก

3. โบท็อกลิฟกรอบหน้า (แนวกราม / ลำคอ)

  • ยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ช่วยให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น
  • เหมาะกับ ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัด

4. โบท็อกบ่าไหล่

  • ลดความเกร็งและขนาดของกล้ามเนื้อบ่า ทำให้ช่วงคอดูยาว ไหล่ลาดสวย
  • เหมาะกับ คนที่ไหล่ลู่หรือบ่าตึงจากการทำงาน, ใส่ชุดเปิดไหล่แล้วดูสง่างามขึ้น

5. โบท็อกลดน่อง

  • โบท็อกเพื่อลดกล้ามเนื้อน่องขาที่ปูด ทำให้ขาดูเรียวเล็กลง
  • เหมาะกับ ผู้ที่ออกกำลังกาย หรือใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ จนกล้ามน่องขาใหญ่

6. โบท็อกรักแร้

  • ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว โดยยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ
  • เหมาะกับ คนที่มีปัญหาเหงื่อออกมากหรือกลิ่นตัวแรง
  • ก่อนตัดสินใจโบท็อก (Botox) ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก ยี่ห้อโบท็อกให้ดี
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าและการใช้โบท็อก (Botox)
  • เลือกใช้โบท็อก (Botox) แท้ ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น
  • งดยากลุ่มลดการแข็งตัวของเลือด เช่น NSAIDs, Ponstan และ Aspirin
  • งดการสครับหน้า 2-3 วัน เพื่อป้องกันอาการบวมช้ำ
  • หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการโบท็อก (Botox)
  • ก่อนการฉีดโบท็อก (Botox) แพทย์จะทำการประเมินปัญหาของคนไข้แต่ละท่าน เพื่อดูปริมาณยาที่ใช้ตามความเหมาะสม
  • ทายาชา ก่อนทำหัตถการโบท็อก (Botox) โดยใช้เวลาให้ยาชาซึมสู่ใต้ผิวหนังประมาณ 30-45 นาที (บางบริเวณสามารถใช้การประคบเย็นได้) 
  • แพทย์ทำการฉีดโบท็อกด้วยเข็มขนาดเล็ก โดยคนไข้อาจรู้สึกจี๊ดๆ คล้ายกับมดกัด
  • หลังฉีดโบท็อก (Botox) สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่มีอาการปวดหรือบวม

โดยปกติ หลังฉีดโบท็อก (Botox) จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-4 สัปดาห์ เป็นต้นไป และจะค่อยๆชัดเจนที่ 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อก (Botox) และการดูแลตนเองหลังฉีดโบท็อก (Botox) ค่ะ

  • หลังฉีดโบท็อก (Botox) สามารถล้างหน้า ทาครีมได้ตามปกติ
  • ในช่วง 3 วันแรก หลังทำหัตถการโบท็อก (Botox) อาจมีรอยช้ำเกิดขึ้นได้เล็กน้อย คนไข้สามารถประคบเย็นได้
  • หลังโบท็อก (Botox) แนะนำขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 20-30 นาที
  • หากโบท็อก (Botox) ริ้วรอยหน้าผากและรอบดวงตา ควรงดนอนราบ 4 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า การทำทรีทเม้นต์แบบอุ่น หรือเลเซอร์ หลังโบท็อก (Botox) อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจ
  • ผู้ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง ในบริเวณที่จะฉีดโบท็อก
  • ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

สำหรับผู้ที่เคยมีผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อก (Botox) มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เคยผ่าตัดบริเวณใบหน้า มีภาวะเลือดหยุดยากหรือให้นมบุตร สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการโบท็อก (Botox) ได้

โดยปกติ โบท็อก (Botox) จะออกฤทธิ์ชั่วคราว ประมาณ 4–6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานเหมือนเดิม ดังนั้น คนที่ต้องการคงผลลัพธ์จำเป็นต้องฉีดโบท็อก (Botox) ซ้ำ! แต่ถ้าฉีดซ้ำบ่อยเกินไป หรือฉีดในระยะเวลาที่ใกล้กันเกินไปก็อาจเกิดผลเสียได้

  • อาการดื้อโบท็อก (Botox) ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสารโบทูลินัม ท็อกซิน ทำให้ครั้งต่อไปเห็นผลน้อยลงหรืออาจจะไม่เห็นผลเลย หรืออาจเกิดได้จากการฉีดโบท็อก (Botox) บ่อยเกิน และใช้ปริมาณยามากเกินจำเป็น
  • กล้ามเนื้อลีบ / อ่อนแรงเกินไป กล้ามเนื้อที่ถูกยับยั้งนานๆ อาจลีบลง ทำให้ใบหน้าหรือส่วนนั้นดูไม่สมดุล เช่น ฉีดโบท็อกกรามบ่อยเกินไป อาจทำให้โครงหน้าดูแปลก
  • สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าฉีดโบท็อกมากเกินไป หรือเว้นระยะห่างไม่มากพอ อาจทำให้สีหน้าตึง แข็ง หรือยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มความเสี่ยงจากการฉีดโบท็อก (Botox) ทุกครั้งที่ฉีดโบท็อก (Botox) มีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น บวม ช้ำ หรือแพ้ยา ซึ่งการฉีดโบท็อก (Botox) บ่อยๆ ย่อมเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • โบท็อก (Botox) แท้ ต้องมีฝาพลาสติกใสปิดทับอยู่ด้านบน
  • มีตัวหนังสือภาษาไทยแสดงเลขที่ อย. มีวันผลิตและวันหมดอายุที่กล่องกับขวดตรงกัน
  • มีข้อมูลระบุว่านำเข้าโดยบริษัทใด ซึ่งคนไข้สามารถโทรเช็คกับบริษัทนำเข้าได้โดยตรง

หลังฉีดโบท็อก (Botox) ปลอม หากคนไข้โชคดีไม่เกิดการอักเสบติดเชื้อ ก็อาจจะไม่ทราบได้เลยว่า ฉีดโบท็อกปลอม หรือ โบท็อกหิ้วมา แต่ในระยะยาวหากฉีดโบท็อกปลอมซ้ำๆ หรือฉีดบ่อยเกินไป ร่างกายก็จะตอบรับด้วยการสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายการฉีดโบท็อกครั้งต่อๆ ไป ก็จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันไม่มีตัวยาสลายโบท็อก หากพลาดฉีดโบท็อกปลอม แต่ไม่เกิดผลข้างเคียงรุนแรง ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดไปเอง และเว้นระยะห่างการฉีดโบท็อกออกไป อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนกลับไปฉีดซ้ำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมั่นใจได้ว่าใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อก (Botox) แท้ ในการแก้ปัญหาริ้วรอย

Q1: โบท็อกคืออะไร?
A: โบท็อก (Botox) คือสาร Botulinum Toxin ที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ใช้เพื่อลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือปรับสัดส่วนร่างกาย เช่น โบท็อกลดกราม โบท็อกลดน่อง หรือโบท็อกบ่าไหล่

Q2: โบท็อกกี่วันเห็นผล?
A: โดยทั่วไป โบท็อก (Botox) จะออกฤทธิ์และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 1–2 สัปดาห์หลังฉีด แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกด้วย

Q3: โบท็อกอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: อยู่ได้นานประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อก (Botox) ปริมาณที่ใช้ และการดูแลตนเองหลังโบท็อก (Botox)

Q4: ฉีดโบท็อกอันตรายไหม?
A: ถ้าฉีดโบท็อกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า และใช้ตัวยาโบท็อก (Botox) แท้ จะมีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบได้ คือ บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองใน 2-3 วัน

Q5: โบท็อก (Botox) กับ ฟิลเลอร์ (Filler) ต่างกันอย่างไร?
A: โบท็อก (Botox) ​ใช้คลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า ส่วนฟิลเลอร์ (Filler) ใช้เติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้กับใบหน้า

Q6: หลังฉีดโบท็อก (Botox) ต้องดูแลตนเองอย่างไร?
A: งดนอนราบ 3–4 ชั่วโมงแรก งดนวดหน้า หรือทำเลเซอร์ในบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใน 24 ชั่วโมงแรก

Q7: โบท็อกฉีดซ้ำบ่อยๆ ได้ไหม?
A: ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3–4 เดือนก่อนฉีดซ้ำ เพื่อลดความเสี่ยงดื้อโบท็อกและให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว