การมีทรงจมูกที่เรียวสวยสโลปปลายพุ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นเป้าหมายความงามที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าหลังจากเข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูกไปแล้ว หลายท่านอาจเกิดความกังวลใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนอย่างแผลเย็บจมูกเป็นหนอง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตอย่างระมัดระวัง บทความนี้ Showtime Clinic คลินิกศัลยกรรมความงามครบวงจร จะพาไปทำความเข้าใจและเจาะลึกถึงสาเหตุ สัญญาณเตือนของภาวะแผลเสริมจมูกติดเชื้อ พร้อมทั้งแนวทางการดูแลรักษาตัวเองอย่างถูกต้องปลอดภัย เพื่อรักษารูปทรงจมูกให้สวยงามคู่ใบหน้าคุณอย่างยาวนานค่ะ
แผลเสริมจมูกติดเชื้อคืออะไร
แผลเสริมจมูกติดเชื้อ คือ ภาวะที่เชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมหลุดรอดเข้าไปเจริญเติบโตและแพร่กระจายบริเวณแผลผ่าตัด หรือบริเวณช่องว่างรอบวัสดุซิลิโคนที่ฝังอยู่ใต้ชั้นเนื้อเยื่อและเยื่อหุ้มกระดูกจมูก ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างกลไกป้องกันตัวเองเพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคเหล่านั้น กระบวนการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่
ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวจนเกิดอาการบวม แดง และมีความร้อนสะสม อีกทั้งยังมีการดึงดูดเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ เข้ามากำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการต่อสู้นี้จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวและเนื้อเยื่อบางส่วนตายลง กลายเป็นสารคัดหลั่งขุ่นข้นคล้ายน้ำหนองสะสมอยู่ภายใน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบข้างจนอาจเกิดการยุบตัวของจมูกตามมาได้

5 สัญญาณเตือนแผลเสริมจมูกติดเชื้อ
หลังการทำหัตถการศัลยกรรมความงามบนใบหน้า การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและแผลเย็บในทุกๆ วันถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้คุณสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยมี 5 สัญญาณเตือนสำคัญที่ระบุว่าจมูกของคุณอาจกำลังเข้าสู่ภาวะอักเสบติดเชื้อ ดังต่อไปนี้
1. อาการบวมแดงที่ผิดปกติและลุกลาม
โดยทั่วไป อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดมักจะค่อยๆ ทุเลาลงและแลดูยุบตัวดีขึ้นตามลำดับภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์แรก แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อเกิดขึ้น คุณจะสังเกตเห็นว่าบริเวณสันจมูก ปลายจมูก หรือบริเวณรอบๆ แผลผ่าตัดเริ่มมีอาการบวมแดงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผิวหนังรอบจมูกตึงเป่ง และเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงก่ำหรือแดงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากผ่านพ้นสัปดาห์แรกไปแล้ว ซึ่งแสดงถึงปฏิกิริยาการอักเสบที่กำลังลุกลามและไม่สามารถสงบลงได้เองตามธรรมชาติ
2. แผลเย็บจมูกเป็นหนองมีของเหลวสีขุ่นไหล
ในช่วง 1-3 วันแรกของการผ่าตัด อาจพบว่ามีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมออกมาจากรูไหมเย็บได้เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการสมานแผล โดยของเหลวนี้จะมีลักษณะใสหรือเป็นสีชมพูจางๆ และไม่มีกลิ่น แต่หากล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 4-5 แล้วพบว่าของเหลวที่ไหลซึมออกมาเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นสีเหลืองขุ่น สีเขียว มีความหนืดเหนียว และส่งกลิ่นเหม็นอับโชยออกมาอย่างชัดเจน ย่อมแสดงว่าบริเวณแผลเย็บจมูกเป็นหนอง และเกิดการก่อตัวของเชื้อแบคทีเรียในปริมาณมากภายในช่องแผลเรียบร้อยแล้ว
3. ปวดจมูกรุนแรง ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
อาการเจ็บระบมหรือตึงบริเวณดั้งจมูกเป็นสิ่งปกติที่พบได้หลังการผ่าตัด ซึ่งจะค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อทานยาบรรเทาอาการตามที่แพทย์สั่ง แต่หากคุณรู้สึกปวดรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในลักษณะปวดตุบๆ อย่างต่อเนื่องคล้ายกับมีชีพจรเต้นกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาบริเวณปลายจมูกหรือแกนกลางจมูก แม้จะพยายามทานยาแก้ปวดตามรอบเวลาอย่างสม่ำเสมอแต่อาการเจ็บปวดกลับทวีความรุนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง ย่อมไม่ใช่ลักษณะการฟื้นตัวตามปกติของร่างกาย
4. มีไข้ ตัวร้อน อ่อนเพลีย
เมื่อเชื้อแบคทีเรียเริ่มแพร่กระจายและส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อภายใน ร่างกายจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจนเกิดอาการไข้ต่ำๆ ไปจนถึงไข้สูง ร่วมกับมีอาการหนาวสั่น รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ และวิงเวียนศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่บอกว่าการอักเสบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจุดอีกต่อไป แต่กำลังส่งผลต่อระบบร่างกายโดยรวม
5. ผิวหนังปลายจมูกบาง หรือมีสีคล้ำผิดปกติ
หากสังเกตเห็นว่าผิวหนังบริเวณปลายจมูกเริ่มมีลักษณะตึงรั้ง บางใสจนมองเห็นแสงสะท้อนของขอบซิลิโคนขาวๆ หรือผิวหนังรอบๆ เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงคล้ำ แดงก่ำเข้ม หรือมีรอยจุดดำเกิดขึ้น นั่นบ่งบอกถึงภาวะเนื้อเยื่อปลายจมูกขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างรุนแรงจากการกดทับของวัสดุร่วมกับกระบวนการอักเสบ ซึ่งหากมีภาวะแผลเสริมจมูกติดเชื้อร่วมด้วย จะยิ่งเร่งให้เกิดการเน่าเสียของเนื้อเยื่อเฉพาะจุด และทำให้เนื้อเยื่อปลายจมูกทะลุเสียหายได้อย่างรวดเร็ว
แยกให้ออก! อาการบวมช้ำปกติ VS แผลเสริมจมูกติดเชื้อ
เพื่อลดความตระหนกและช่วยให้คุณสามารถประเมินอาการฟื้นตัวของตนเองในเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง ตารางด้านล่างนี้แสดงการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างอาการบวมช้ำตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย กับภาวะอักเสบติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
| จุดสังเกต | อาการบวมช้ำปกติหลังผ่าตัด | อาการแผลเสริมจมูกติดเชื้อ |
| ระยะเวลา 1-3 วันแรก | บวมช้ำปานกลาง ผิวรอบๆ อาจมีสีเหลืองหรือเขียวช้ำจางๆ | บวมตึงเป่ง ผิวหนังแดงจัด มีความร้อนแผ่ออกมาจากจมูกชัดเจน |
| ระยะเวลาหลังจาก 1 สัปดาห์ | อาการบวมช้ำเริ่มยุบลงและทุเลาอย่างต่อเนื่อง | ไม่ยุบตัวลง แต่กลับบวมหนาและแดงลุกลามเพิ่มมากขึ้น |
| ระดับความเจ็บปวด | เจ็บระบมตึงเล็กน้อย และค่อยๆ บรรเทาลงเมื่อเวลาผ่านไป | ปวดรุนแรง ปวดตุบๆ ตลอดเวลา ทานยาแก้ปวดก็ไม่ดีขึ้น |
| ของเหลวที่ซึมจากแผล | น้ำเหลืองใสๆ หรือน้ำเกลือปนเลือดสีชมพูจาง ไม่มีกลิ่น | ของเหลวขุ่นข้น สีเหลืองหรือเขียว มีกลิ่นเหม็นอับสะสม |
| อุณหภูมิร่างกาย | อาจมีตัวรุมๆ เล็กน้อยใน 24 ชั่วโมงแรกแล้วหายไปเป็นปกติ | มีไข้ต่ำไปจนถึงไข้สูง รู้สึกหนาวสั่น อ่อนเพลียร่วมด้วย |
แผลเย็บจมูกเป็นหนองเกิดจากอะไรได้บ้าง
การอักเสบและเกิดหนองบริเวณรอยเย็บหลังผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ การทำความเข้าใจปัจจัยต้นเหตุจะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและดูแลรักษาตนเองได้อย่างตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
การดูแลความสะอาดแผลไม่ดีพอ
หลังการผ่าตัดศัลยกรรม แผลเย็บจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ หากละเลยการทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี ไม่ล้างมือให้สะอาดก่อนทำแผลปล่อยให้มีคราบเลือดแห้งกรังและน้ำเหลืองสะสมอุดตันรอบๆ เส้นไหมเย็บ รวมถึงการปล่อยให้แผลมีความเปียกชื้นแฉะจากการโดนน้ำซึมเข้าแผล จะกลายเป็นการสร้างแหล่งอาหารชั้นดีและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอย่างรวดเร็ว
พฤติกรรมเสี่ยงหลังทำจมูก
มือของคนเราและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคที่มองไม่เห็น การมีพฤติกรรมชอบนำมือไปจับ สัมผัส ลูบคลำ ลูบไล้ หรือพยายามแคะ แกะ เกา บริเวณแผลเย็บในรูจมูกบ่อยๆ ในช่วงที่แผลยังสมานตัวไม่สมบูรณ์ จะเป็นการนำพาเชื้อแบคทีเรียจากนิ้วมือเข้าสู่รอยเย็บและวัสดุภายในโดยตรง อีกทั้งแรงขยับจากการจับสัมผัสยังอาจทำให้แนวไหมเย็บขยับและปริอ้าออกได้ง่ายขึ้น
การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
สารนิโคตินและสารเคมีในบุหรี่มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถนำพาออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงและซ่อมแซมแผลผ่าตัดได้อย่างเพียงพอ ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานผิดปกติ ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติและเพิ่มโอกาสการแทรกซ้อนของเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น
การรับประทานอาหารแสลง
การรับประทานอาหารบางประเภทในช่วงหลังผ่าตัดอาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ หรือเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนเข้าสู่กระแสเลือดและแผลผ่าตัดได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้
- อาหารหมักดองทุกชนิด เช่น ผลไม้ดอง ปลาร้า หน่อไม้ดอง แหนม ซึ่งกระบวนการผลิตมักไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง จึงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของแบคทีเรียสูง
- อาหารทะเลและอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ซาซิมิ ลาบดิบ กุ้งแช่น้ำปลา หอยนางรมสด ที่อาจมีเชื้อจุลินทรีย์สะสมและไม่ได้ผ่านกระบวนการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง
- อาหารรสจัดจ้านและอาหารที่มีโซเดียมสูง ซึ่งอาจกระตุ้นการสะสมน้ำในเนื้อเยื่อเฉพาะจุด ส่งผลให้เนื้อเยื่อรอบแผลผ่าตัดบวมตึงยาวนานขึ้นและสมานตัวได้ช้าลง
คลินิกหรือมาตรฐานห้องผ่าตัดไม่ปลอดเชื้อ
ปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งเริ่มตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ารับการผ่าตัด หากสถานพยาบาลไม่มีระบบควบคุมการติดเชื้อที่เข้มงวด เครื่องมือแพทย์ไม่ผ่านการนึ่งอบฆ่าเชื้อตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย หรือห้องผ่าตัดไม่มีระบบกรองอากาศปลอดเชื้อ ก็ย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่แผลผ่าตัดจะสัมผัสเชื้อโรคตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้นการตัดสินใจเลือกรับบริการจากคลินิกศัลยกรรมที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานความปลอดภัย และผ่านการรับรองอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้รับบริการต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจากการศึกษาประวัติและรีวิวเสริมจมูกของผู้ใช้บริการจริง
แผลเสริมจมูกติดเชื้อ แผลเย็บเป็นหนอง ทำอย่างไรดี
เมื่อตรวจพบอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยว่าแผลเริ่มอักเสบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก และรีบปฏิบัติตามแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างใบหน้า
ห้ามบีบหรือเค้นหนองออกเองเด็ดขาด
การพยายามบีบ กด เค้น หรือใช้เข็มสะกิดเพื่อเจาะเอาหนองออกจากแผลเย็บด้วยตนเองเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากแรงกดบีบจะทำให้เนื้อเยื่อที่บอบบางและกำลังอักเสบอยู่เกิดการฉีกขาดเสียหายลึกเข้าไปด้านใน และอาจทำให้ซิลิโคนที่ยังไม่สมานตัวเกิดการเคลื่อนตำแหน่ง บิดเบี้ยว ผิดรูป และที่สำคัญคือแรงบีบจะยิ่งดันให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายลึกเข้าสู่ช่องเนื้อเยื่อชั้นใน ส่งผลให้รักษายากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
รีบกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกทันที
หนทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือการรีบติดต่อและเดินทางกลับไปพบแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ณ สถานพยาบาลที่คุณเข้ารับบริการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินลักษณะการอักเสบ ความลึกของรอยโรค และปริมาณของหนองอย่างละเอียด เพื่อที่แพทย์จะได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดกับความรุนแรงของอาการในขณะนั้น
การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics)
ในกรณีที่การติดเชื้อยังอยู่เฉพาะที่ในระยะเริ่มต้น ผิวหนังภายนอกยังไม่มีการตึงรั้งหรือบางใส และเนื้อเยื่อโดยรอบยังไม่เกิดความเสียหายรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาแบบประคับประคองโดยการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อประเภทรับประทานที่มีประสิทธิภาพตรงกับกลุ่มเชื้อแบคทีเรีย ร่วมกับการทำความสะอาดแผลอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ
การรักษาด้วยการถอดพักซิลิโคน
สำหรับเคสที่มีการอักเสบรุนแรงลุกลาม มีน้ำหนองไหลออกปริมาณมาก ผิวปลายจมูกบางใส หรือเริ่มมีรอยเปิดของแผลจนมองเห็นตัววัสดุซิลิโคน ทางออกเดียวที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสียหายถาวรของเนื้อเยื่อจมูกและป้องกันภาวะเนื้อตาย คือการผ่าตัดถอดซิลิโคนออกเพื่อล้างทำความสะอาดเนื้อเยื่อภายในด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างละเอียด จากนั้นปล่อยให้แผลสมานตัวตามธรรมชาติและพักเนื้อเยื่อจมูกให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อย่างน้อย 6-12 เดือน จึงจะสามารถพิจารณาทำจมูกรอบใหม่หรือทำการแก้จมูกได้อย่างปลอดภัยในอนาคต

วิธีดูแลตัวเอง ป้องกันแผลเย็บจมูกติดเชื้อ
ไม่ว่าจะเป็นการทำผ่าตัดจมูกด้วยเทคนิคเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) หรือการปรับโครงสร้างแบบเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) ขั้นตอนการดูแลสุขอนามัยของแผลด้วยตนเองในช่วงพักฟื้นถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างดีเยี่ยม
วิธีทำความสะอาดแผลเย็บจมูกที่ถูกต้อง
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อและเช็ดมือให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนที่จะสัมผัสหรือทำความสะอาดบริเวณแผล
- ใช้ไม้พันสำลี (Cotton Bud) ขนาดเล็กชุบน้ำเกลือสำหรับล้างแผล (Normal Saline) บีบพอหมาดๆ แล้วนำมาเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดแห้งและสะเก็ดแผลรอบรอยเย็บอย่างเบามือที่สุด โดยหมุนสำลีไปในทิศทางเดียวกันและไม่ถูวนซ้ำไปมา
- ใช้ไม้พันสำลีอันใหม่ซับแผลให้แห้งสนิททันทีหลังเช็ดทำความสะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความชื้นแฉะสะสมรอบๆ เส้นไหมเย็บ
- ทายาปฏิชีวนะหรือยาทาแผลตามที่แพทย์สั่งบางๆ บริเวณแนวแผลเย็บเพื่อช่วยเคลือบผิวหนังและปกป้องแผลจากสิ่งปนเปื้อนภายนอก
การประคบเย็นและประคบอุ่นให้ถูกวิธี
- ช่วง 1-3 วันแรกหลังผ่าตัด: ให้เน้นการประคบเย็นรอบๆ บริเวณจมูก เช่น บริเวณหน้าผากและข้างแก้มทั้งสองข้าง เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมแดงและห้ามเลือดซึม โดยระวังไม่ให้เจลประคบกดทับดั้งจมูกโดยตรง
- ตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป: เปลี่ยนมาเป็นการประคบอุ่นด้วยเจลประคบอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ร้อนจัดจนเกินไป เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยระบายเลือดที่คั่งค้าง และเร่งกระบวนการยุบตัวของรอยเขียวช้ำให้จมูกเข้าที่ได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลเสริมจมูก
แผลเย็บจมูกเป็นหนองบีบออกเองได้ไหม
ไม่สามารถบีบออกเองได้เด็ดขาดค่ะ การบีบเค้นหนองด้วยมือที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อจะยิ่งกระตุ้นให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อชั้นในของจมูก ส่งผลให้อาการอักเสบลุกลามรุนแรงขึ้น และแรงกดบีบยังอาจทำให้โครงสร้างซิลิโคนที่ยังไม่ยึดเกาะแน่นเกิดการเบี้ยว เอียง หรือผิดรูปได้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัยทันที
จมูกติดเชื้อ ต้องถอดซิลิโคนพักจมูกทุกเคสหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องถอดซิลิโคนออกในทุกกรณีค่ะ หากคนไข้ตรวจพบอาการผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม และรีบเข้ามาพบแพทย์อย่างทันท่วงที แพทย์อาจสามารถควบคุมการติดเชื้อได้ด้วยการจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือยาฉีด ร่วมกับการล้างแผลอย่างถูกวิธี ทว่าหากปล่อยละเลยไว้นานจนกลายเป็นหนองสะสมปริมาณมากและโครงสร้างผิวบางลง การถอดพักซิลิโคนเพื่อรักษาเนื้อเยื่อภายในให้ฟื้นตัวก่อนจึงจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดต่อตัวคนไข้
มีน้ำใสๆ ไหลออกจากแผลเย็บจมูก ใช่หนองหรือการติดเชื้อไหม
ในช่วงระยะ 1-3 วันแรกหลังผ่าตัด อาจมีน้ำเหลืองใสๆ หรือน้ำเกลือปนเลือดไหลซึมออกมาจากแผลได้เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายในระยะพักฟื้น แต่หากสังเกตว่าของเหลวที่ไหลออกมาเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นสีเหลืองขุ่น สีเขียว มีความหนืดเหนียว และส่งกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ นั่นคือสัญญาณเตือนของการอักเสบติดเชื้อและเกิดหนอง ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ทันที
กินยาแก้อักเสบเองได้ไหม ถ้าแผลเสริมจมูกอักเสบ
ไม่แนะนำให้ออกไปซื้อยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาดค่ะ เนื่องจากยากลุ่มนี้มีกลไกการออกฤทธิ์ที่หลากหลายและมีความจำเพาะต่อสายพันธุ์แบคทีเรียที่ต่างกัน การประเมินอาการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อระบุสาเหตุและสั่งจ่ายยาฆ่าเชื้อชนิดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับระดับอาการ จะช่วยรักษาแผลได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะดื้อยาที่เป็นอันตรายในระยะยาว

สรุปบทความ
การทำความเข้าใจสัญญาณเตือนและปัจจัยเสี่ยงของแผลเสริมจมูกติดเชื้อ รวมถึงการรู้วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อพบอาการผิดปกติ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและรักษาทรงจมูกของคุณไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามใหญ่โตในระยะยาวได้เป็นอย่างดีค่ะ หากคุณกำลังมองหาคลินิกศัลยกรรมเสริมจมูกและหัตการต่างๆ ที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคสโดยแพทย์ ปรึกษาฟรีวันนี้ เพื่อออกแบบทรงจมูกที่เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของคุณ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ





