ยกกระชับผิวหน้า แบบไหนเหมาะกับเรา?

อายุเพิ่มขึ้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ มีริ้วรอยตามมา และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ไม่รู้จบ! แต่มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์เราที่ถ้าเมื่อไหร่อายุเพิ่มขึ้น อายุผิวก็จะเริ่มมีการถอยลงไปตามกาลเวลา หรือที่รู้จักกันดี กับคำว่า ‘คอลลาเจน’ และ ‘อิลาสติน’ ของผิวที่ลดลงนั่นเอง หากถามว่า…คอลลาเจนและอิลาสตินผิวสำคัญยังไง? ก็ต้องบอกเลยว่าทั้งคอลลาเจนและอิลาสตินเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผิวสุขภาพดี เรียบเนียน ไร้ริ้วรอย ผิวแข็งแรงขึ้น มีความยืดหยุ่น และยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการ ยกกระชับผิวหน้า เราจึงจำเป็นที่จะต้องทำการดูแลผิวอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม

ปัจจุบันเรามีตัวช่วยในเรื่องของการยกกระชับผิวหน้า การดึงผิวหน้าให้ตึงขึ้น ไม่ว่าจะโดยการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าหรือการใช้เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าเข้ามาช่วยยกกระชับผิวหน้าและดึงผิวหน้าขึ้น เพื่อความเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เสมือนเป็นการ Lock อายุผิวของเราเอาไว้ แต่ใครจะเลือกยกกระชับผิวหน้าโดยการใช้เครื่องยกกระชับผิวหน้า หรือการผ่าตัดดึงหน้าเพื่อให้เต่งตึงก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะคะ

การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า หรือ การผ่าตัดดึงหน้า จะทำโดยการยกกระชับกล้ามเนื้อและไขมันใต้ชั้นผิวหนังไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และมีการตัดผิวหนังส่วนเกินออกด้วย เพื่อให้ใบหน้ากระชับและมีความเรียบเนียนขึ้น วิธีการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ของการผ่าตัดดึงหน้า แม้ว่าจะอยู่ได้นานแต่ก็มีข้อเสียอยู่เช่นกันค่ะ

  1. มีรอยแผลที่เห็นได้ชัดเจน
  2. มีอาการบวมและช้ำหลังศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า
  3. ใช้เวลาพักฟื้นหลังศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ค่อนข้างนาน
  4. หลังศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ช่วง 7-10 วัน ต้องเข้ามาตัดไหมและติดตามอาการหลังผ่าตัด
  5. การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ไม่สามารถทำได้ทุกคน จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจผ่าตัดดึงหน้า
  6. ราคาแพง

แต่ถ้าใครไม่อยากใช้วิธีการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า เพราะกลัวเจ็บ ไม่อยากให้มีรอยแผล อยากได้วิธีที่ทำได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องเจ็บตัว ไม่มีรอยแผล เห็นผลลัพธ์หลังทำและไม่ต้องพักฟื้น แนะนำเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า Ultraformer เลยค่ะ

เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า Ultraformer อีกหนึ่งตัวช่วยยกกระชับผิวหน้าที่สามารถปล่อยพลังงานได้แบบเฉพาะเจาะจงและลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกันกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า เพื่อยกผิวหน้าให้ตึงกระชับขึ้น Ultraformer ค่อนข้างได้รับความนิยมและถูกใจใครหลายๆคนมาก เพราะนอกจาก Ultraformer จะช่วยเรื่องยกกระชับผิวหน้า ยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นขึ้นและสามารถคงความอ่อนเยาว์ผิวเอาไว้ได้ อีกทั้งยังลดริ้วรอย สลายไขมัน โดยเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า Ultraformer จะมีความปลอดภัยสูง ผลลัพธ์หลังการยกกระชับผิวหน้าด้วยเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า Ultraformer จะคงอยู่ได้นาน 6-8 เดือน หลังจากนั้นก็สามารถที่จะกลับมาทำซ้ำใหม่ได้ เพื่อคงผลลัพธ์เอาไว้ให้นานยิ่งขึ้นไปอีก

  1. Ultraformer ยกกระชับผิว โดยปล่อยพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS
  2. การยกกระชับผิวหน้า ด้วย Ultraformer มีความเจ็บน้อย
  3. Ultraformer สามารถทำได้ ทั้งการยกกระชับและสลายไขมัน
  4. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผล
  5. ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังทำ Ultraformer เสร็จแล้ว
  6. หลังการยกกระชับผิวด้วย Ultraformer เห็นผลลัพธ์ทันที 20%
  7. การทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า Ultraformer ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
  1. ต้องรอประมาณ 2-3 เดือน ผิวจะค่อยๆฟื้นฟู ถึงจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่
  2. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก และมีร่องลึก
  3. หากไขมันบนใบหน้ามาก อาจเห็นผลลัพธ์จากการยกกระชับไม่ชัดเจน
  1. หลังทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า Ultraformer สามารถแต่งหน้า ทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ที่อากาศร้อนจัดๆ เป็นเวลานาน
  3. ทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูง ทุกวัน
  4. งดการทำเลเซอร์หน้า หัตถการโบท็อก ฟิลเลอร์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หลังทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า Ultraformer
  5. งดโปรแกรมเครื่องยกกระชับอื่นๆ อย่างน้อย 2-3 เดือน หลังทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า Ultraformer

การทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า Ultraformer อาจไม่ต้องติดตามผลเป็นระยะเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งทั้งการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า Ultraformer และ การผ่าตัดดึงหน้า ก็มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละบุคคล ใครจะเลือกใช้วิธีไหนก็ปรึกษาคุณหมอให้ดีๆก่อนตัดสินใจทำนะคะ ส่วนใครอยากยกกระชับผิวหน้าด้วย Ultraformer ก็สามารถจองคิวและเข้ามาทำโปรแกรมยกกระชับผิวหน้า Ultraformer ที่ Showtime Clinic ได้เลยค่ะ

Similar Posts

  • แก้จมูกมีเทคนิคอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ เจาะลึกเทคนิคแก้จมูกให้ปัง

    การทำศัลยกรรมจมูกครั้งแรกอาจไม่ได้ดั่งใจเสมอไป หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาที่สร้างความกังวลใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทรงจมูกที่เบี้ยว เอียง แกนลอย หรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสี่ยงทะลุ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูง ที่ Showtime Clinic…

  • การทำตาสองชั้น มีเทคนิคอะไรบ้าง รวมข้อดี-ข้อเสีย ที่ต้องรู้

    ใครที่มีเชื้อสายเอเชียคงเข้าใจดีว่าปัญหาเรื่องดวงตาเป็นสิ่งที่กวนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสาวหมวยตาชั้นเดียว อาการ หนังตาตก ที่ทำให้หน้าดูเศร้า หรือชั้นตาที่ไม่เท่ากัน ซึ่งในปัจจุบันการทำตาสองชั้น ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความสวยงามให้ดวงตาดูกลมโตสดใสขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ช่วยเปิดวิสัยทัศน์การมองเห็นให้กว้างขึ้น…

  • ฮัมพ์จมูก ทำให้หน้าดุ รวมวิธีแก้ฮัมพ์ ปรับหน้าหวาน ทรงสโลปสวย

    หลายคนมักมีความกังวลเกี่ยวกับปุ่มกระดูกที่ปูดนูนขึ้นมาบริเวณสันจมูก ทำให้ใบหน้าดูดุ ขาดความละมุน และหมดความมั่นใจเวลาถ่ายรูปหันข้าง ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคทางการแพทย์ที่ทันสมัย บทความนี้ Showtime Clinic คลินิกศัลยกรรมความงามครบวงจร จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหา…

  • รวมฮิตทรงจมูกสโลปปลายพุ่ง ทรงจมูกดาราสุดปัง 2026 Save ไว้ได้เลย

    ปี 2026 เป็นปีที่ “ทรงจมูกดูสวยแบบไม่โป๊ะ” มาแรงสุดๆ เทรนด์ความงามไม่ได้เน้นจมูกโด่งเวอร์ หรือปลายแหลมจนเกินจริงอีกต่อไป แต่โฟกัสที่ สโลปสวยรับกับใบหน้า ปลายพุ่งพอดี…

  • เบ้าตาลึก ตาโบ๋เกิดจากอะไร แก้อย่างไรให้ดวงตาคืนความสดใส

    ดวงตาเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของใบหน้า แต่เมื่อเกิดปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล หรือตาโบ๋ อาจทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอิดโรย ไม่สดใส และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง บทความนี้ Showtime Clinic…

  • เสริมจมูก นอนตะแคงได้ไหม? กี่วันถึงนอนได้แบบปลอดภัย อัปเดต 2026

    หลังเสริมจมูก หนึ่งในพฤติกรรมที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือ “การนอน” โดยเฉพาะคำถามยอดฮิต อย่าง เสริมจมูกนอนตะแคงได้ไหม? และ ต้องรอกี่วันถึงจะกลับไปนอนท่าเดิมได้ เหตุผลที่คำถามนี้สำคัญ ก็เพราะในช่วงหลังผ่าตัดใหม่…