เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความหย่อนคล้อยของผิวและโครงสร้างใบหน้ามักเป็นความกังวลใจที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่นเดียวกับปัญหาโครงสร้างใบหน้าหรือความสมดุลเฉพาะจุดที่หลายท่านมองหาทางออก การทำศัลยกรรมเพื่อยกกระชับจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง บทความนี้ Showtime Clinic คลินิกศัลยกรรมความงามที่ให้บริการดูแลด้านการปรับรูปหน้า จะพาไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดการผ่าตัดดึงหน้าเทคนิคที่เหมาะสม และตอบคำถามยอดนิยมว่าการผ่าตัดดึงหน้าราคาเท่าไหร่ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการปรึกษาและวางแผนปรับรูปหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติต่อไปค่ะ
เทคนิคการดึงหน้ามีกี่แบบ เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

การผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันมีหลากหลายเทคนิค ซึ่งแพทย์จะประเมินจากระดับความหย่อนคล้อย สภาพผิว และบริเวณที่มีปัญหาของแต่ละบุคคลเป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
1. Full Facelift ผ่าตัดดึงหน้ายกชุด ทุกระดับชั้นผิว
การทำ Full Facelift เป็นเทคนิคการผ่าตัดยกกระชับครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ร่องแก้มลึก ผิวบริเวณแนวกรามและลำคอหย่อนยาน โดยแพทย์จะเปิดแผลตามแนวไรผมบริเวณขมับ ยาวลงมาตามขอบหน้าใบหู อ้อมไปด้านหลังใบหู เพื่อเข้าจัดการยกกระชับทั้งชั้นผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อส่วนลึก ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าให้ตึงกระชับอย่างทั่วถึงและแลดูเป็นธรรมชาติ
2. Mini Facelift ดึงหน้าเฉพาะจุด แผลเล็ก พักฟื้นระยะสั้น
Mini Facelift หรือการดึงหน้าเฉพาะส่วน เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับปานกลาง หรือเริ่มมีสัญญาณแห่งวัยเฉพาะจุด เช่น บริเวณแก้มส่วนล่างหรือร่องน้ำหมาก เทคนิคนี้มีจุดเด่นคือแผลผ่าตัดเล็ก ซ่อนอยู่บริเวณรอบใบหู มีอาการบวมช้ำน้อย ทำให้ใช้ระยะพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเต็มรูปแบบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรูปหน้าให้แลดูสดใสและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็ว
3. Endoscopic Facelift ส่องกล้องดึงหน้าแบบซ่อนรอยแผล
การส่องกล้องดึงหน้าเป็นเทคนิคเฉพาะที่ Showtime Clinic ให้ความสำคัญ โดยการใช้กล้อง Endoscope ขยายกำลังสูงช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในอย่างชัดเจน แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากซ่อนอยู่ตามแนวไรผม ทำให้สังเกตเห็นรอยแผลได้ยาก
สำหรับการแบ่งบริเวณการดูแลรูปหน้าตามหลักกายวิภาคศาสตร์ จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- Upper Face: บริเวณคิ้ว ขมับ และหน้าผาก ช่วยลดริ้วรอยหน้าผาก ยกคิ้วตก และช่วยดูแลปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับหนังตาตก
- Mid Face: บริเวณโหนกแก้ม ร่องแก้ม และแก้มส่วนกลาง
- Lower Face: บริเวณกรอบหน้า แนวขากรรไกร มุมปาก และกระเปาะแก้ม
- Neck: ผิวหนังบริเวณลำคอและแนวกรามส่วนล่าง
โดยทั่วไปการทำศัลยกรรมดึงหน้ามักนิยมทำบริเวณ Mid Face ร่วมกับ Lower Face ไปพร้อมกันเพื่อปรับแนวกรามและร่องแก้มให้รับกันอย่างลงตัว ส่วนบริเวณใบหน้าส่วนบน (Upper Face) และบริเวณคอ (Neck) จะพิจารณาแยกส่วนตามปัญหาของแต่ละบุคคล
ผ่าตัดดึงหน้าราคาเท่าไหร่ อัปเดตราคาบริการที่ Showtime Clinic
สำหรับราคาค่าใช้จ่ายการดึงหน้าจะแตกต่างกันไปตามเทคนิค บริเวณที่ต้องการยกกระชับ และระดับความยากง่ายของโครงสร้างใบหน้าในแต่ละเคส
ตารางเปรียบเทียบราคาดึงหน้าแต่ละประเภท
| ประเภทหัตถการ / เทคนิค | บริเวณที่ทำการดูแล | ราคาเริ่มต้น (บาท) | ความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการ |
| Mini Facelift (เฉพาะจุด) | แก้มล่าง หรือกรอบหน้า | 99,900 บาท | ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง |
| Endoscopic Facelift (ส่องกล้อง) | หน้าผาก ขมับ ยกคิ้ว (Upper) | 99,900 บาท | ผู้ที่ต้องการซ่อนรอยแผล กังวลเรื่องริ้วรอยส่วนบนและหนังตาตก |
| Mid & Lower Facelift | ร่องแก้ม กระเปาะแก้ม แนวกราม | 179,900 บาท | ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน |
| Full Facelift (ดึงหน้าครอบคลุม) | ทั่วใบหน้า (Upper + Mid + Lower) | 289,900 บาท | ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยหลายจุดสะสมตามวัย |
| Neck Lift (ผ่าตัดยกกระชับลำคอ) | แนวกรามส่วนล่างและลำคอ | 99,900 บาท | ผู้ที่มีรอยย่นบริเวณลำคอ หรือต้องการโปรแกรมลดเหนียง |
*หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาเริ่มต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคลโดยแพทย์
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาผ่าตัดดึงหน้า
การที่ค่าราคาบริการการผ่าตัดดึงหน้าของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันนั้น มาจากปัจจัยหลักหลายประการ ดังนี้
- ระดับความซับซ้อนของโครงสร้างใบหน้า: หากโครงสร้างผิวมีความหย่อนคล้อยมาก มีชั้นไขมันสะสม หรือเคยผ่านหัตถการประเภทอื่นมาก่อน แพทย์จำเป็นต้องใช้เวลาและความละเอียดในการเลาะแยกชั้นผิวมากขึ้น
- เทคนิคและเครื่องมือที่ใช้: การผ่าตัดด้วยเทคนิคส่องกล้อง Endoscopic Facelift ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่มีความแม่นยำสูง จึงมีผลต่อโครงสร้างต้นทุนและราคา
- การระงับความรู้สึก: การใช้ยาชาเฉพาะจุดร่วมกับยานอนหลับ หรือการดมยาสลบภายใต้การควบคุมดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด เพื่อความผ่อนคลายและเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยของผู้รับบริการ
- จำนวนบริเวณที่ทำร่วมกัน: การเลือกทำหลายส่วนพร้อมกัน เช่น การดึงหน้าส่วนกลางควบคู่กับการยกกระชับคอ หรือการปรับแต่งเพื่อลดปัญหาหนังตาตกจะส่งผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยรวม
ชั้น SMAS คืออะไร ทำไมการดึงหน้าลึกถึงชั้น SMAS จึงให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า
ชั้น SMAS คือ ชั้นเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นไขมันผิวหนัง (Superficial Musculoaponeurotic System) ทำหน้าที่เป็นโครงร่างพยุงเนื้อเยื่อและผิวหนังบนใบหน้าทั้งหมดเอาไว้ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่ออายุมากขึ้นชั้น SMAS นี้จะเกิดการยืดตัวและหย่อนยานลง ส่งผลให้ผิวหนังชั้นบนหย่อนคล้อยตามไปด้วย การผ่าตัดที่จัดการลึกถึงชั้นนี้จึงช่วยปรับโครงสร้างจากแกนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแตกต่างระหว่างการดึงผิวชั้นนอกกับการดึงชั้น SMAS
การทำความเข้าใจความแตกต่างของสองแนวทางนี้ จะช่วยให้เห็นภาพประโยชน์และผลลัพธ์ของการดูแลผิวในระยะยาว
- การดึงเฉพาะผิวหนังชั้นนอก (Skin-Only Facelift): ดึงเฉพาะผิวหนังด้านบนให้ตึงขึ้นเพียงอย่างเดียว แม้แผลจะหายได้ แต่ผลลัพธ์มักอยู่ได้ไม่นาน ผิวอาจกลับมาหย่อนคล้อยซ้ำได้เร็ว และมีความเสี่ยงที่ผิวหน้าจะดูตึงเกร็งหรือแบนราบ ไม่เป็นธรรมชาติ
- การดึงลึกถึงชั้น SMAS (SMAS Facelift): แพทย์จะทำการแยกชั้นผิวหนังแล้วเข้าไปเย็บตรึงหรือจัดเรียงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ใหม่ให้กระชับเข้าที่ จากนั้นจึงค่อยจัดการผิวหนังส่วนเกินออก ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความคงทน อยู่ได้นานหลายปี และใบหน้ายังคงแสดงอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูตึงรั้งจนเกินไป

ขั้นตอนการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า
การเตรียมความพร้อมทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดมีบทบาทสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย ช่วยให้แผลสมานตัวได้ดีและลดระยะเวลาพักฟื้น
สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนวันผ่าตัดดึงหน้า
- งดยากลุ่มแอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และอาหารเสริมทุกชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งอาจกระทบต่อการสมานตัวของแผล
- แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่รับประทานประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
- พักผ่อนให้เพียงพอ ทำความสะอาดใบหน้าและสระผมให้สะอาดก่อนวันผ่าตัด และสวมเสื้อผ้าที่มีกระดุมผ่าหน้าเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนหลังการทำหัตถการ
ข้อปฏิบัติและการดูแลแผลหลังผ่าตัด เพื่อให้แผลหายไว
- ประคบเย็นบริเวณรอบใบหน้าและลำคอในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำ จากนั้นปรับมาประคบอุ่นตามที่แพทย์แนะนำ
- นอนยกศีรษะให้สูงกว่าระดับหน้าอกในช่วงสัปดาห์แรก โดยใช้หมอนหนุน 2 ใบ เพื่อช่วยลดการคั่งของของเหลวและบรรเทาอาการบวม
- สวมผ้ารัดยกกระชับใบหน้า (Facial Garment) ตามระยะเวลาและคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัด ทายาตามคำสั่งแพทย์ หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม และงดการแคะ แกะ หรือสัมผัสแผลแรงๆ
- งดการออกกำลังกายหนัก กิจกรรมที่ต้องก้มศีรษะ และการยกของหนักเป็นเวลาอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์
ผลลัพธ์หลังผ่าตัดดึงหน้า อยู่ได้นานแค่ไหน และคุ้มค่าอย่างไร
ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดดึงหน้ามักให้ความพึงพอใจสูง เนื่องจากเป็นการปรับแก้ไขที่โครงสร้างชั้นลึก ผิวหน้าจะแลดูยกกระชับ กรอบหน้ามีความคมชัดขึ้นอย่างกลมกลืน ช่วยลดเลือนร่องแก้มและรอยหย่อนคล้อย ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมแลดูอ่อนเยาว์และเพิ่มความมั่นใจได้อย่างชัดเจน
การประเมินผลลัพธ์ระยะสั้น (1-3 เดือน) และระยะยาว (5-10 ปี)
- การประเมินระยะสั้น (1-3 เดือน): ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาการบวมช้ำจะค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง และจะเริ่มเห็นแนวกรอบหน้าที่กระชับขึ้น เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 3 เนื้อเยื่อจะเริ่มเข้าที่ เส้นประสาทและความรู้สึกจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา ผิวหน้าจะเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- การประเมินระยะยาว (5-10 ปี): ผลลัพธ์จากการจัดการชั้น SMAS ร่วมกับการดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอ มักคงอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 5-10 ปี แม้กระบวนการชราตามธรรมชาติจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ใบหน้าจะยังคงแลดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงในรุ่นราวคราวเดียวกัน
ทำไมต้องผ่าตัดดึงหน้าที่ Showtime Clinic
Showtime Clinic มีความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความพึงพอใจเป็นหัวใจสำคัญ
- การประเมินโดยแพทย์: แพทย์ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาใบหน้าอย่างละเอียด วางแผนการผ่าตัดให้รับกับสรีระและโครงหน้าเดิม เพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา
- เทคนิคส่องกล้องแผลเล็ก: ประยุกต์ใช้เทคนิค Endoscopic เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำ เลาะแยกเนื้อเยื่อได้แม่นยำ ช่วยให้เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย และซ่อนรอยแผลได้อย่างประณีต
- ห้องผ่าตัดและเครื่องมือมาตรฐาน: อุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านการรับรองความปลอดภัย มีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลด้านการระงับความรู้สึกตลอดกระบวนการ
- การดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิด: มีทีมงานและแพทย์คอยให้คำแนะนำตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ระหว่างพักฟื้น ไปจนถึงนัดตรวจติดตามผล เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในทุกขั้นตอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาโปรแกรมดึงหน้า
ผ่าตัดดึงหน้าเจ็บไหม ขณะทำและหลังทำรู้สึกอย่างไร
ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด ผู้เข้ารับบริการจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยานอนหลับ หรือการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ส่วนหลังการผ่าตัดอาจมีความรู้สึกตึงหรือระบมเล็กน้อย ซึ่งสามารถควบคุมและบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์จัดให้
ผ่าตัดดึงหน้าแล้วจะเห็นรอยแผลเป็นชัดเจนหรือไม่
รอยแผลผ่าตัดจะถูกออกแบบให้ซ่อนอยู่ตามแนวไรผม รอยพับธรรมชาติรอบใบหู และด้านหลังใบหูอย่างประณีต ในช่วงแรกอาจเห็นเป็นเส้นรอยบางๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3-6 เดือน รอยแผลจะค่อยๆ จางลงและกลมกลืนไปกับผิวจนสังเกตเห็นได้ยาก
อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มผ่าตัดดึงหน้า
โดยส่วนใหญ่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40-60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก และกรอบหน้าไม่ชัดเจน ซึ่งไม่สามารถจัดการด้วยการทำเลเซอร์หรือหัตถการยกกระชับทั่วไปได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผิวรายบุคคล
ผ่าตัดดึงหน้า แตกต่างจากการร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์อย่างไร
การร้อยไหมและฟิลเลอร์เป็นการปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับความหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นและผลลัพธ์จะคงอยู่ชั่วคราวประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขณะที่การผ่าตัดดึงหน้าสามารถจัดการลงลึกถึงชั้น SMAS และจัดเก็บผิวหนังส่วนเกินได้ จึงปรับความหย่อนคล้อยสะสมได้ชัดเจนและคงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่า
หลังผ่าตัดดึงหน้า ต้องพักฟื้นกี่วัน และกี่วันถึงจะสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ
โดยทั่วไปแนะนำให้พักฟื้นเต็มที่ประมาณ 3-7 วันเพื่อให้อาการบวมช้ำลดลง แพทย์มักนัดตัดไหมในช่วง 7-10 วันหลังผ่าตัด ซึ่งหลังจากตัดไหมแล้ว ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าบางๆ และกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยใบหน้าจะค่อยๆ กระชับเข้าที่เต็มที่ใน 1-3 เดือน

สรุปบทความ
การผ่าตัดดึงหน้าเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความหย่อนคล้อยและปรับรูปหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและการจัดการลึกถึงชั้น SMAS จะช่วยให้ผลลัพธ์คุ้มค่าและยาวนาน หากคุณกำลังมองหาคลินิกศัลยกรรมเสริมจมูก ปรับรูปตา ลดปัญหาหนังตาตกและหัตถการต่างๆ ที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคสโดยแพทย์ ปรึกษาแพทย์ได้วันนี้ เพื่อออกแบบรูปหน้าและวางแผนการดูแลที่ตอบโจทย์เฉพาะคุณ สามารถสอบถามรายละเอียดเรื่องการผ่าตัดดึงหน้าและโปรแกรมต่างๆ ได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ
Endoscopic Facelift ราคาเริ่มต้น 99,900.-
Mid & Lower Facelift ราคาเริ่มต้น 179,900.-
Full Facelift ราคาเริ่มต้น 289,900.-
Neck Lift ราคาเริ่มต้น 99,900.-




