ปัญหาความมั่นใจในรูปลักษณ์มักเริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางของใบหน้า หากรูปทรงจมูกไม่สมส่วน ย่อมส่งผลต่อมิติโดยรวมและความมั่นใจศัลยกรรมจมูกหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าทำจมูกในทางการแพทย์คือการผ่าตัดตกแต่งเพื่อปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูก ทั้งขนาด ความโด่ง และความพุ่ง เพื่อให้รับกับใบหน้า หรือเพื่อแก้ไขความผิดปกติแต่กำเนิด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่เทคนิคการผ่าตัด วัสดุที่เลือกใช้ ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนและหลังผ่าตัด วันนี้ Showtime Clinic จะมาแนะนำข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
เสริมจมูกคืออะไร
การ เสริมจมูก (Rhinoplasty) คือ กระบวนการปรับแต่งโครงสร้างของจมูก ซึ่งประกอบไปด้วยกระดูกแข็ง กระดูกอ่อน และเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามและเหมาะสมกับฐานเดิมของคนไข้มากที่สุด
วัตถุประสงค์ของการ เสริมจมูก สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ
- การทำเพื่อความสวยงาม เช่น การเพิ่มความโด่ง การปรับแต่งปลายจมูกให้พุ่ง หรือลดขนาดปีกจมูก
- การทำเพื่อการรักษา เช่น การผ่าตัดแก้ไขจมูกคดเบี้ยวที่ส่งผลต่อการหายใจ การแก้ไขผนังกั้นจมูกคด หรือการซ่อมแซมจมูกจากอุบัติเหตุ ซึ่งการเลือกทำจมูก
ในปัจจุบันมักจะผสมผสานทั้งสองวัตถุประสงค์เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งในแง่ความงามและการใช้งาน
เสริมจมูกมีกี่แบบ เจาะลึก 3 เทคนิคยอดนิยม
หลายคนคงสงสัยว่าควรเลือกเสริมจมูกแบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์ปัญหาจมูกของตัวเองมากที่สุด ปัจจุบันวงการแพทย์มีเทคนิคหลักๆ อยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานของคนไข้ ดังนี้
1. การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty)
การเสริมจมูกแบบปิด หรือ Closed Technique เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณด้านในรูจมูก (Mucosa) โดยไม่มีแผลภายนอกให้เห็น เทคนิคนี้แพทย์จะทำการเลาะโพรงจมูกเพื่อใส่ซิลิโคนจมูกเข้าไปวางบนฐานกระดูกเดิม วิธีนี้ได้รับความนิยมสูงเพราะใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน อาการบวมช้ำน้อย และฟื้นตัวไว เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานจมูกเดิมค่อนข้างดี มีสันจมูกอยู่บ้าง และต้องการเพิ่มความโด่งเพียงเล็กน้อย แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถปรับแก้โครงสร้างปลายจมูกหรือยืดผนังกั้นจมูกได้มากนัก หากจมูกสั้นหรือเนื้อน้อยมากอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้
2. การเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด (Semi-Open)
เทคนิคนี้พัฒนาขึ้นมาจากแบบปิด โดยจะมีการเปิดแผลในรูจมูกทั้งสองข้าง ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนกว่าแบบ Closed จุดเด่นสำคัญของการทำ Semi-Open คือการเปิดโอกาสให้แพทย์สามารถทำการเย็บอินเตอร์โดม (Interdome stitching) หรือการเย็บกระดูกอ่อนปลายจมูกเข้าหากัน เพื่อแก้ปัญหาคนที่มีปลายจมูกใหญ่ หรือที่เรียกว่าจมูกชมพู่ให้ดูเรียวเล็กลงและพุ่งขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่เหมือนแบบโอเพ่น แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่ในรูจมูกเช่นกัน จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการแต่งปลายจมูกให้เชิดขึ้นเล็กน้อยควบคู่กับการใส่ซิลิโคน
3. การเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)
การเสริมจมูกโอเพ่น คือการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณฐานปลายจมูก (Columella) เพื่อเปิดหนังหุ้มจมูกขึ้น ทำให้แพทย์เห็นโครงสร้างภายในทั้งหมดได้อย่างชัดเจน เทคนิคนี้อนุญาตให้แพทย์ปรับแก้โครงสร้างได้ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นการตอกฐานกระดูกเพื่อลดความกว้าง การยืดผนังกั้นจมูก (Septal Extension) เพื่อเพิ่มความพุ่งโดยไม่ต้องใช้ซิลิโคนรูปตัว L ที่เสี่ยงทะลุ หรือการขูดสารเหลว วิธีนี้จึงเป็นคำตอบสำหรับคนที่สงสัยว่า เสริมจมูกแบบไหนดี สำหรับเคสยาก จมูกสั้นเนื้อน้อย หรือเคสแก้จมูกที่มีความซับซ้อนสูง แม้จะมีแผลเล็กๆ บริเวณฐานจมูกและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความแม่นยำและแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
วัสดุที่ใช้ในการทำจมูก ซิลิโคน vs เนื้อเยื่อตัวเอง
นอกจากเทคนิคการผ่าตัดแล้ว วัสดุก็เป็นหัวใจสำคัญของการเสริมจมูก การเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับร่างกายจะช่วยลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยวัสดุหลักแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ วัสดุสังเคราะห์และเนื้อเยื่อจากร่างกาย
ซิลิโคน (Silicone)
ซิลิโคนเป็นวัสดุมาตรฐานที่ใช้ในวงการศัลยกรรมจมูกมาอย่างยาวนาน โดยแบ่งเกรดตามความนิ่มและความยืดหยุ่น เช่น ซิลิโคนอเมริกา (มีความแข็งเล็กน้อย เหมาะกับคนชอบทรงโด่งคม) และซิลิโคนเกาหลี (มีความนิ่ม ยืดหยุ่นสูง บิดได้ ดูเป็นธรรมชาติ) ที่ Showtime Clinic แพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคส เพื่อให้ ทรงจมูก รับกับฐานกระดูกของคนไข้แต่ละคนอย่างแนบเนียน ลดโอกาสการเบี้ยวเอียงและการกดทับเนื้อเยื่อที่มากเกินไป
เนื้อเยื่อเทียมและกระดูกอ่อนหลังหู
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันปัญหาปลายจมูกบางใสหรือทะลุในอนาคต แพทย์มักใช้วัสดุรองปลายจมูกร่วมด้วย ที่นิยมมากคือ “กระดูกอ่อนหลังหู” ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อของคนไข้เอง มีความเข้ากันได้กับร่างกาย 100% ช่วยเพิ่มความพุ่งมนให้ปลายจมูกดูละมุน หรือในบางกรณีอาจใช้ “เนื้อเยื่อเทียม” (Acellular Dermal MatrixMegaderm) ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติคล้ายผิวหนังจริง มาใช้รองปลายเพื่อเพิ่มความหนาของเนื้อจมูก ทำให้การทำจมูกออกมาแล้วดูปลอดภัยและสวยงามในระยะยาว
กระดูกซี่โครง (Rib Cartilage)
สำหรับเคสที่ต้องการปรับโครงสร้างจมูกใหม่ทั้งหมด หรือเคสแก้จมูกที่ผ่านการผ่าตัดมาหลายครั้งจนเนื้อเยื่อเดิมเสียหาย การใช้กระดูกซี่โครง (มักใช้ซี่โครงซี่ที่ 6 หรือ 7) ถือเป็นวัสดุทองคำ (Gold Standard) ในการเสริมจมูก เพราะมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะใช้เป็นเสาหลักค้ำยันโครงสร้างจมูก ยืดปลายให้พุ่งได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อต้านจากร่างกาย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีจมูกสั้นมากๆ หรือจมูกผิดรูป
เช็กลิสต์ก่อน-หลังทำจมูก เพื่อความปลอดภัย
เพื่อให้การผ่าตัดเสริมจมูก เป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ การเตรียมตัวที่ดีและการดูแลรักษาหลังผ่าตัดเป็นสิ่งที่คนไข้ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้การเลือกคลินิกหรือคุณหมอ
การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมจมูก
ก่อนเข้ารับการทำจมูกการเตรียมความพร้อมของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้การผ่าตัดราบรื่นและลดภาวะแทรกซ้อน โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
- งดยาและอาหารเสริม ควรงดแอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย และโสม อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะมีผลทำให้เลือดหยุดไหลยาก
- งดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ควรงดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะสารเคมีในบุหรี่จะทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมแผล ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- แจ้งประวัติสุขภาพ แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา รวมถึงประวัติการผ่าตัดจมูกหรือการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษา
- การดูแลร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารมื้อเบาๆ ก่อนมาผ่าตัด (กรณีฉีดยาชา) และควรสระผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัดเพราะหลังทำจะสระผมลำบาก
- การแต่งกาย วันผ่าตัดควรสวมเสื้อที่มีกระดุมหน้า หลวมๆ สวมใส่สบาย เพื่อให้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดผ่านทางศีรษะ ป้องกันการกระทบกระเทือนแผล
การดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก
หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น ช่วงเวลาของการพักฟื้นคือหัวใจสำคัญที่จะกำหนดความสวยงามของทรงจมูกคนไข้ควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ดังนี้
- การประคบ ในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก ให้ประคบเย็นบริเวณข้างแก้มและหน้าผาก (ระวังอย่ากดทับจมูก) เพื่อหยุดเลือดและลดบวม หลังจากวันที่ 4 เป็นต้นไป ให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่นเพื่อลดรอยช้ำ
- ท่านอน ควรนอนหนุนหมอนสูงหรือใช้หมอนรองคอ (Neck Pillow) ในช่วง 3-7 วันแรก เพื่อให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ ช่วยลดอาการบวมและเลือดคั่ง
- การทำความสะอาดแผล ใช้คัตตอนบัดชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดบริเวณแผลเบาๆ ห้ามแผลโดนน้ำโดยตรงจนกว่าจะตัดไหม (ใช้วิธีเช็ดหน้าแทนการล้างหน้า)
- อาหารที่ควรงด งดอาหารหมักดอง (เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง) อาหารรสจัด อาหารทะเล แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันแผลอักเสบและติดเชื้อ
- ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการสวมแว่นตา การออกกำลังกายหนัก การแคะแกะเกาจมูก และระวังอุบัติเหตุจากการชนกระแทกในช่วง 1-3 เดือนแรกเพื่อให้ซิลิโคนและเนื้อเยื่อรัดแกนได้ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูก
เสริมจมูกเจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน
ในระหว่างการผ่าตัดจะมีการฉีดยาชาหรือดมยาสลบ ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือปวดหน่วงๆ เล็กน้อยหลังยาชาหมดฤทธิ์ ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้ ส่วนการพักฟื้น เสริมจมูกกี่วันหายตึง โดยทั่วไปจะเริ่มยุบและตัดไหมได้ในช่วง 7-14 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
เสริมจมูกแบบโอเพ่น กับ แบบปิด ต่างกันอย่างไร
แบบปิดจะเปิดแผลในรูจมูก วางซิลิโคนบนฐานเดิม เหมาะกับเคสโครงสร้างดี ส่วน เสริมจมูกโอเพ่น จะเปิดฐานจมูกเพื่อเห็นโครงสร้างทั้งหมด ปรับแก้กระดูก ยืดผนังกั้นจมูกได้ เหมาะกับเคสจมูกสั้น เนื้อน้อย หรือเคสแก้ที่ต้องการความแม่นยำสูง
3 ราคาเสริมจมูกขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง
ราคาขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคนิคที่ใช้ (Closed, Semi, Open) และวัสดุ (ซิลิโคนเกรดต่างๆ, กระดูกหลังหู, ซี่โครง) รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของ คลินิกเสริมจมูก ห้องผ่าตัด และการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
ทำจมูกมาแล้วกี่วันถึงจะหายบวมและเข้าที่
อาการบวมช้ำจะมากที่สุดในช่วง 3 วันแรก และค่อยๆ ยุบลงจนดูเป็นปกติใน 2-4 สัปดาห์ แต่เพื่อให้เนื้อเยื่อสมานตัวสมบูรณ์และเห็นทรงจมูกที่แท้จริง (Rhinoplasty Final Result) จะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน หรืออาจถึง 1 ปีในเคสโอเพ่น
สรุปเสริมจมูกแบบไหนดีที่สุดสำหรับคุณ
การเลือกเสริมจมูกไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะโครงหน้าและเนื้อเยื่อของแต่ละคนมีความเฉพาะตัว การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณกำลังมองหาศัลยกรรมเสริมจมูกและทำตาสองชั้นที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่เป๊ะทุกมิติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคส โดย คุณหมอเชาว์และคุณหมอแนน ปรึกษาฟรีวันนี้ เพื่อออกแบบ ทรงจมูก และชั้นตาที่เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของคุณ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ

