ดวงตาเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของใบหน้า แต่เมื่อเกิดปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล หรือตาโบ๋ อาจทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอิดโรย ไม่สดใส และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง บทความนี้ Showtime Clinic คลินิกศัลยกรรมความงามครบวงจรที่มีความชำนาญด้านศัลยกรรมใบหน้า จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุหลักของปัญหาเหล่านี้ พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขทางการแพทย์ที่ตรงจุดและปลอดภัย เพื่อช่วยคืนความอ่อนเยาว์และเรียกคืนความมั่นใจให้ดวงตาของคุณกลับมาเปล่งประกายได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้งค่ะ
ปัญหา เบ้าตาลึก ตาโหล ตาโบ๋ คืออะไร
อาการเบ้าตาลึก หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่าอาการตาโหล และตาโบ๋นั้น เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อ ชั้นไขมัน หรือโครงสร้างกระดูกบริเวณรอบดวงตาเกิดการยุบตัวลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดเป็นร่องลึกหรือมีเงาดำคล้ำบริเวณใต้ตาและเปลือกตาบน ส่งผลให้ใบหน้าดูทรุดโทรม ขาดความสดใส และดูเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพออยู่ตลอดเวลา โดยลักษณะทางกายภาพที่สังเกตได้ชัดเจนมีดังนี้
- ผิวหนังบริเวณรอบดวงตายกตัวหรือยุบตัวลงลึกกว่าระดับปกติบนใบหน้า
- สามารถมองเห็นขอบกระดูกเบ้าตาได้อย่างชัดเจนบริเวณรอบดวงตา
- มีเงาดำคล้ำใต้ตา รอยพับชั้นตาที่ลึกเกินไป หรือมีเบ้าตาด้านบนที่ดูโหลลึก
- ดวงตาดูไม่สดใส ทำให้องค์ประกอบของใบหน้าโดยรวมดูอิดโรยและมีอายุ
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาเบ้าตาลึก และ ตาโหล
ปัญหาเบ้าตาลึกและตาโหลสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานของร่างกายตั้งแต่กำเนิด ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้
กรรมพันธุ์และโครงสร้างกระดูกหน้า
บางคนอาจมีลักษณะเบ้าตาลึกมาตั้งแต่เกิดซึ่งเป็นผลมาจากพันธุกรรม โดยมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาที่กว้างหรือลึกกว่าปกติ และมีปริมาณไขมันบริเวณรอบดวงตาค่อนข้างน้อยมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโครงสร้างใบหน้าพัฒนาอย่างเต็มที่ อาการตาโหลและตาโบ๋จึงปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุมากขึ้น ถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนเอเชียและผู้ที่มีโครงหน้าชัดเจน
อายุที่เพิ่มมากขึ้น (Aging Process)
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ นอกจากนี้มวลกระดูกเบ้าตาจะเกิดการทรุดตัวลงตามวัย พร้อมกับชั้นไขมันที่คอยพยุงบริเวณใต้ตาและเปลือกตาบนเกิดการฝ่อตัวหรือสลายไป กระบวนการเสื่อมสภาพตามธรรมชาตินี้เองที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเบ้าตาลึกและตาโบ๋อย่างเห็นได้ชัด ทำให้หน้าดูแก่ก่อนวัย
พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมีผลอย่างมากต่อความสดใสของดวงตา ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอนสะสมเป็นเวลานาน หรือมีความเครียดสูง จะส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่ดี เกิดการคั่งของเลือดบริเวณรอบดวงตา นอกจากนี้พฤติกรรมอย่างการขยี้ตาบ่อยๆ การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการสูบบุหรี่ ก็ล้วนเป็นตัวการเร่งกระบวนการทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว จนทำให้เกิดปัญหาตาโหลได้เช่นกัน
การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
การโหมลดน้ำหนักอย่างหักโหมหรือการที่น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วเกินไป จะส่งผลให้ชั้นไขมันสะสมทั่วร่างกายลดลงอย่างฉับพลัน ซึ่งรวมถึงปริมาณไขมันบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาด้วย เมื่อไขมันที่คอยเติมเต็มบริเวณเบ้าตาหายไป ผิวหนังจะไม่สามารถปรับตัวหดกระชับได้ทัน จึงทำให้เกิดลักษณะตาโบ๋และเบ้าตาลึกอย่างรุนแรง ใบหน้าจะดูซูบผอมและทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด
โรคภูมิแพ้และภาวะขาดน้ำ
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มักมีอาการคันและระคายเคืองตา ทำให้เผลอขยี้ตาอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่งผลให้เส้นเลือดฝอยรอบดวงตาขยายตัว เกิดรอยคล้ำและทำให้ตาดูทรุดลึก ประกอบกับภาวะขาดน้ำจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เซลล์ผิวหนังเหี่ยวย่น ขาดความชุ่มชื้น ผิวบริเวณใต้ตาที่บางอยู่แล้วจึงยุบตัวลงและทำให้เห็นความลึกของกระดูกเบ้าตา หรือมีอาการตาโหลได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ตาโบ๋ เบ้าตาลึก ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างไรบ้าง
ปัญหาตาโบ๋และเบ้าตาลึกไม่ได้ส่งผลแค่ในเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีผลกระทบหลักๆ ดังนี้
- ใบหน้าดูแก่กว่าวัย: ร่องลึกรอบดวงตาทำให้ใบหน้าโดยรวมดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง และดูไม่สดใสสมวัย
- ดูโทรมเหมือนคนป่วยหรืออดนอน: เงาคล้ำจากอาการตาโหลทำให้หน้าดูอิดโรย คล้ายคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอหรือมีความเครียดสะสมอยู่ตลอดเวลา
- แต่งหน้ากลบยาก: เครื่องสำอางหรือคอนซีลเลอร์ทั่วไปไม่สามารถปกปิดความลึกของโครงสร้างที่ยุบตัวลงไปได้ ทำให้การแต่งหน้าเพื่อกลบรอยคล้ำทำได้ยากและมักจะตกร่องระหว่างวัน
- สูญเสียความมั่นใจในการเข้าสังคม: หลายคนไม่กล้าสบตาผู้คน หรือขาดความมั่นใจเวลาถ่ายรูปเพราะกังวลเรื่องริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตา
รวมวิธีแก้ไขปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล ให้กลับมาสดใส
ปัจจุบันมีนวัตกรรมและเทคนิคทางการแพทย์มากมายที่สามารถช่วยฟื้นฟูอาการเบ้าตาลึกและตาโหลให้กลับมาตื้นขึ้น ดวงตาดูกลมโตและดูอ่อนเยาว์ได้อย่างปลอดภัย ดังนี้
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Under-Eye Filler)
การฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงในการแก้ปัญหาตาโหลและเบ้าตาลึก ข้อดีคือสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นและลดความหมองคล้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาตายุบตัวจากชั้นไขมันฝ่อ หรือผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นจากการผ่าตัด
การเติมไขมันหน้าเด็ก (Fat Grafting)
เทคนิคนี้เป็นการดูดไขมันส่วนเกินของตัวเอง (เช่น จากบริเวณต้นขาหรือหน้าท้อง) มาผ่านกระบวนการสกัดคัดแยกเซลล์ไขมันคุณภาพสูง แล้วนำมาฉีดเติมเต็มบริเวณเบ้าตาลึก ข้อดีคือไม่มีสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย หมดกังวลเรื่องอาการแพ้ ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติ และเซลล์ไขมันที่รอดชีวิตจะสามารถคงอยู่ได้นานถาวร เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาตาโบ๋หลายจุดบนใบหน้า
การศัลยกรรมตาสองชั้นร่วมกับการจัดเรียงไขมัน
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึกร่วมกับอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือมีหนังตาส่วนเกิน การทำศัลยกรรมเพื่อทำตาสองชั้น หรือแก้ตาสองชั้น ร่วมกับเทคนิคการย้ายและจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่ ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหนังตาตกหรือมีชั้นไขมันกองผิดที่ การผ่าตัดจะช่วยปรับโครงสร้างตาให้ดูสดใสขึ้นและเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างยั่งยืน
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อป้องกันตาโบ๋หรือตาโหล
แม้ว่าการดูแลตัวเองเบื้องต้นจะไม่สามารถเติมเต็มโครงสร้างกระดูกหรือชั้นไขมันที่ฝ่อหายไปจนเกิดปัญหาตาโบ๋ได้อย่างล้ำลึก แต่ก็เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยชะลอความเสื่อมและบำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นขึ้นได้ ดังนี้
- ทาครีมบำรุงรอบดวงตา (Eye Cream): เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยตื้นๆ บนผิวชั้นนอก เพื่อไม่ให้ผิวใต้ตาแห้งเหี่ยวจนเห็นอาการเบ้าตาลึกชัดเจนขึ้น
- ปรับพฤติกรรมการนอนหลับ: ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อลดอาการคั่งของเลือด ป้องกันไม่ให้ตาโหลดูโทรมหรือมีรอยคล้ำสะสมไปกว่าเดิม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมจะช่วยลดภาวะผิวขาดน้ำ ทำให้เซลล์ผิวรอบดวงตาดูชุ่มชื้นและอิ่มฟูขึ้นในระดับหนึ่ง
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรงๆ: เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังเกิดการอักเสบหรือขยายตัว ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวใต้ตาดูหมองคล้ำและทรุดลึก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการเบ้าตาลึก ตาโหล
เบ้าตาลึก ตาโหล รักษาด้วยวิธีไหนเห็นผลเร็วที่สุด
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาเบ้าตาลึกและตาโหลที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วที่สุด เพราะหลังจากแพทย์ทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไป บริเวณผิวที่ยุบตัวจะฟูและตื้นขึ้นทันที โดยใช้เวลาทำเพียงไม่นานและสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น
เบ้าตาลึกจากกรรมพันธุ์ สามารถแก้ไขให้หายขาดได้ไหม
ปัญหาตาโบ๋หรือเบ้าตาลึกที่มีสาเหตุจากโครงสร้างกระดูกและกรรมพันธุ์ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระดูกเดิมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถแก้ไขปรับปรุงให้ดวงตาดูสดใสขึ้นและใกล้เคียงกับคำว่าหายขาดได้ ด้วยการเติมเต็มชั้นไขมันผ่านการฉีดฟิลเลอร์ การเติมไขมันตัวเอง หรือการผ่าตัดศัลยกรรมปรับโครงสร้างดวงตา
ทาครีมบำรุงรอบดวงตา ช่วยแก้ปัญหาตาโบ๋ได้จริงหรือไม่
การทาอายครีมหรือครีมบำรุงไม่สามารถช่วยเติมเต็มปัญหาตาโบ๋ที่เกิดจากการทรุดตัวของกระดูกหรือชั้นไขมันที่ฝ่อหายไปได้ ครีมบำรุงจะทำงานได้ดีแค่ในระดับผิวหนังชั้นนอกเพื่อมอบความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยตื้นๆ เท่านั้น หากต้องการแก้ปัญหาร่องลึกอย่างเห็นผลจำเป็นต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์แก้เบ้าตาลึก เจ็บไหม และอยู่ได้นานแค่ไหน
การฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาตาโหลเป็นหัตถการที่แทบไม่รู้สึกเจ็บ เนื่องจากมีการแปะยาชาล่วงหน้าและในตัวเนื้อฟิลเลอร์เองก็มักจะมียาชาผสมอยู่ด้วย ส่วนระยะเวลาของผลลัพธ์ความสวยงามจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ โดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี

สรุปบทความ
ปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล และตาโบ๋ ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ อายุที่เพิ่มขึ้น หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ แต่สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดด้วยเทคนิคทางการแพทย์ หากคุณกำลังมองหา ศัลยกรรมเสริมจมูกและทำตาสองชั้นหรือแก้ตาสองชั้นที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่เป๊ะทุกมิติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคส โดย คุณหมอเชาว์และคุณหมอแนน ปรึกษาฟรีวันนี้ เพื่อออกแบบทรงจมูกและชั้นตาที่เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของคุณ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ




