ใครที่มีปัญหาดั้งแหมบ จมูกสั้น หรือปลายจมูกใหญ่เนื้อเยอะ การเสริมจมูกแบบปกติอาจไม่ตอบโจทย์เรื่องโครงสร้างได้ทั้งหมด ทางออกที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุดคือเสริมจมูกโอเพ่นเทคนิคที่เน้นการปรับแก้โครงสร้างภายในและยืดปลายจมูกให้พุ่งสวยได้อย่างปลอดภัยและถาวร หากคุณกำลังมองหาคลินิกเสริมจมูกที่ได้มาตรฐานเพื่อจบทุกปัญหาจมูก วันนี้ Showtime Clinic จะพามาเจาะลึกทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำจมูกโอเพ่นค่ะ
เสริมจมูกโอเพ่น (Open Rhinoplasty) คืออะไร
การเสริมจมูกโอเพ่น (Open Rhinoplasty) หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ทำจมูกแบบโอเพ่น” คือ เทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกรูปแบบหนึ่งที่มีความละเอียดและซับซ้อนสูง โดยแพทย์จะทำการกรีดเปิดแผลบริเวณฐานปลายจมูก (Columella) เพื่อเปิดหนังหุ้มจมูกขึ้น ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกระดูกจมูก กระดูกอ่อน ผนังกั้นจมูก และเนื้อเยื่อต่างๆ
ความแตกต่างสำคัญของการเสริมจมูกโอเพ่น เมื่อเทียบกับการเสริมแบบปกติ คือความสามารถในการ “ปรับโครงสร้าง” (Structural Adjustment) ได้อย่างอิสระ แพทย์สามารถตกแต่งกระดูกที่คดเบี้ยวให้ตรง เลาะพังผืดที่รั้งปลายจมูก หรือจัดการกับไขมันส่วนเกินบริเวณปลายจมูกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่การเสริมแบบปิดทำไม่ได้
เทคนิคเสริมจมูกโอเพ่นต่างจาก แบบปิด (Closed) อย่างไร
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมเสริมจมูกโอเพ่นถึงเป็นเทคนิคที่แพทย์ศัลยกรรมแนะนำสำหรับเคสยาก ลองมาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเทคนิค Open และเทคนิค Closed (แบบปิด) กันค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เสริมจมูกโอเพ่น(Open Rhinoplasty) | เสริมจมูกแบบปิด(Closed Rhinoplasty) |
| ตำแหน่งแผล | กรีดเปิดบริเวณฐานจมูก (เห็นโครงสร้าง 100%) | แผลซ่อนอยู่ในรูจมูก (มองไม่เห็นโครงสร้างทั้งหมด) |
| การปรับโครงสร้าง | แก้ไขได้ทุกจุด ยืดผนังกั้น ตอกฐาน ตัดปีก | ปรับได้จำกัด เน้นการวางซิลิโคนเพื่อเพิ่มความโด่ง |
| การรองรับปลาย | ใช้กระดูกอ่อนตัวเอง ยืดปลายได้พุ่งและปลอดภัย | ใช้ซิลิโคนเป็นหลัก เสี่ยงทะลุหากดันปลายมากเกินไป |
| ความเหมาะสม | เหมาะกับจมูกสั้น, จมูกชมพู่, เคสแก้ | เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานจมูกดีอยู่แล้ว |
จะเห็นได้ว่าข้อจำกัดสำคัญของเสริมจมูกแบบปิดคือการที่ไม่สามารถเข้าไปจัดการกับโครงสร้างภายในได้โดยตรง ทำให้การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนทำได้ยาก และมีความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะกดทับเนื้อเยื่อปลายจมูกจนเกิดปัญหาในระยะยาวได้มากกว่า
เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด ของการเสริมจมูกโอเพ่น
ก่อนตัดสินใจทำเสริมจมูกโอเพ่นสิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง โดยเทคนิคนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
ข้อดีของการทำจมูกแบบโอเพ่น
- เห็นโครงสร้างชัดเจน แก้ไขได้ละเอียด: แพทย์สามารถวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการตะไบฮัมพ์ (Hump) การตอกฐานกระดูกที่กว้างให้เรียวเล็ก หรือการเลาะไขมันปลายจมูก
- ยืดผนังกั้นจมูกได้ ลดโอกาสทะลุ: เทคนิคเสริมจมูกโอเพ่นอนุญาตให้แพทย์นำกระดูกอ่อนจากส่วนอื่นของร่างกายมายืดผนังกั้นจมูก (Septal Extension) ทำให้สามารถสร้างฐานจมูกที่แข็งแรงและยาวขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาซิลิโคนบริเวณปลายจมูก ลดความเสี่ยงเรื่องซิลิโคนทะลุได้เกือบ 100%
- ปรับแต่งปลายจมูกได้พุ่งสวยเป็นธรรมชาติ: สามารถดีไซน์ปลายจมูกให้เป็นทรงหยดน้ำ ทรงพุ่ง หรือทรงสโลปปลายเชิด ได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย เพราะโครงสร้างถูกปรับให้รับกับทรงใหม่แล้ว
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า: เนื่องจากมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน การผ่าตัดเสริมจมูกโอเพ่นอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคส
- ราคาอาจสูงกว่าแบบปิด: ด้วยเทคนิคขั้นสูงและต้องดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมแบบปกติ
- ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญสูง: ไม่ใช่แพทย์ทุกคนจะทำเทคนิคนี้ได้ดี จำเป็นต้องเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโครงสร้างใบหน้าเท่านั้น

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมจมูกโอเพ่น
การเสริมจมูกโอเพ่นไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป แต่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน ดังนี้
- คนที่มีปัญหาจมูกชมพู่ปลายจมูกใหญ่ หนา: คนที่มีลักษณะจมูกชมพู่คือปลายจมูกดูกลม ใหญ่ และเนื้อเยอะ การทำแบบโอเพ่นจะช่วยให้แพทย์สามารถเลาะไขมันปลายจมูกและเย็บอินเตอร์โดม (Interdome) เพื่อให้ปลายจมูกเรียวเล็กขึ้นได้อย่างถาวร
- คนที่มีฮัมพ์ (Hump) สูง หรือกระดูกจมูกคด: การจะตะไบฮัมพ์หรือตอกฐานกระดูกเพื่อปรับแกนจมูกให้ตรงสวย จำเป็นต้องเปิดแผลแบบโอเพ่นเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน
- คนที่มีจมูกสั้น เนื้อน้อย ต้องการปลายพุ่ง: สำหรับคนที่จมูกสั้นหรือเนื้อน้อยมากๆ การใช้ซิลิโคนดันปลายอาจทำให้เนื้อบางและทะลุได้ การเสริมจมูกโอเพ่นด้วยเทคนิคยืดผนังกั้นจมูกจึงเป็นวิธีเดียวที่จะเพิ่มความยาวจมูกได้อย่างปลอดภัย
- เคสแก้จมูกที่เคยทำมาแล้วมีปัญหา หรือโครงสร้างพัง: ผู้ที่ต้องการแก้จมูกจากปัญหาซิลิโคนเอียง ปลายบาง หรือเกิดพังผืดรัดแกน การเปิดแผลแบบโอเพ่นจะช่วยให้แพทย์เลาะพังผืดเก่าออกได้หมดจดและซ่อมแซมโครงสร้างใหม่
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกโอเพ่น มีอะไรบ้าง?
หัวใจสำคัญของการเสริมจมูกโอเพ่น คือการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติจากร่างกายคนไข้มาปรับโครงสร้าง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ลดโอกาสการต่อต้านจากร่างกายโดยวัสดุหลักๆ มีดังนี้
- กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage): เป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับเคสที่ต้องการปรับโครงสร้างหนักๆ หรือจมูกสั้นมาก เพราะมีความแข็งแรงและมีปริมาณมากพอที่จะนำมาสร้างเสาจมูกใหม่และยืดปลายจมูกให้พุ่งสวย
- กระดูกอ่อนหลังหู: นิยมนำมารองปลายจมูกเพื่อกันทะลุและเพิ่มความมนละมุนให้กับทรงจมูก เป็นวัสดุที่หาง่ายและแผลซ่อนอยู่หลังใบหู
- การใช้ “ซิลิโคนจมูก” ร่วมกับการรองปลาย (ถ้ามี): ในบางเคสแพทย์อาจใช้ซิลิโคนจมูกเกรดทางการแพทย์ (Medical Grade) เพื่อเสริมบริเวณสันจมูกให้โด่งรับกับหน้าผาก แต่ส่วนปลายจมูกจะใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย (Hybrid Technique)
ขั้นตอนการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังทำ
เพื่อให้การผ่าตัดเสริมจมูกโอเพ่นราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรปฏิบัติตัวดังนี้:
- การงดยาและอาหารเสริมก่อนผ่าตัด: ควรงดวิตามิน อาหารเสริม แอลกอฮอล์ และยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- การดูแลแผลหลังผ่าตัด: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม และเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นหลังจากนั้น ดูแลแผลให้แห้งสะอาด ล้างแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ตอบคำถามเรื่องความบวม: หลายคนกังวลว่าเสริมจมูกกี่วันหายตึง โดยปกติความตึงและบวมจะมากที่สุดในช่วง 3-5 วันแรก และจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
เสริมจมูกโอเพ่นราคาเท่าไหร่
สำหรับการเสริมจมูกโอเพ่นกับ Showtime Clinic ราคาเริ่มต้น 199,900 บาท โดยราคานี้รวมบริการดูแลติดตามผล ค่ายา และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ราคาทำจมูก อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความยากง่ายของโครงสร้างเดิม วัสดุที่เลือกใช้ และเทคนิคพิเศษที่ต้องทำเพิ่ม ซึ่งคุณหมอจะประเมินและแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนให้ทราบก่อนตัดสินใจทำค่ะ
ทำไมต้องเสริมจมูกโอเพ่นที่ Showtime Clinic
การเลือกคลินิกสำหรับทำเสริมจมูกโอเพ่นไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือเรื่องของ “ฝีมือ” และ “ความไว้วางใจ” Showtime Clinic โดดเด่นด้วย
- ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์: นำทีมโดยคุณหมอที่มีประสบการณ์สูงด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เข้าใจโครงสร้างทางกายวิภาคของจมูกเป็นอย่างดี
- การออกแบบทรงจมูกแบบ Case by Case: เราไม่ใช้บล็อกสำเร็จรูป แต่แพทย์จะวิเคราะห์โครงหน้า ออกแบบทรงจมูกให้รับกับหน้าผาก คาง และโหนกแก้ม ไม่ว่าจะเป็นทรงสโลปปลายพุ่ง หรือทรงสโลปปลายเชิด เพื่อให้คุณสวยในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด
- ตัวอย่างรีวิวเสริมจมูกจากลูกค้าจริง: ความประทับใจจากลูกค้ามากมายการันตีผลงาน คุณสามารถดูรีวิวเสริมจมูกของทางคลินิกเพื่อประกอบการตัดสินใจ เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของทรงจมูกที่ดูละมุนและเป็นธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูกโอเพ่น
เสริมจมูกโอเพ่น เจ็บไหม
ในระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับ หรือการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ หลังผ่าตัดอาจมีความตึงระบมบ้างเล็กน้อยแต่สามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้ คนไข้ส่วนใหญ่สามารถทนความเจ็บในระดับนี้ได้สบาย
เสริมจมูกโอเพ่น พักฟื้นกี่วัน
โดยปกติจะบวมมากที่สุดใน 3-5 วันแรก เริ่มยุบและตัดไหมได้ใน 7-14 วัน และจมูกจะเริ่มรัดแกนเข้าที่สวยงามชัดเจนในช่วง 3-6 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติของการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ
เสริมจมูกโอเพ่น ใช้กระดูกซี่โครงดีอย่างไร
กระดูกซี่โครงเป็นวัสดุจากร่างกายตัวเอง มีความแข็งแรง เหมาะสำหรับใช้ยืดผนังกั้นจมูกให้ยาวขึ้นและตั้งปลายจมูกให้พุ่งได้โดยลดความเสี่ยงเรื่องการทะลุ และร่างกายจะไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน
แก้จมูกแบบโอเพ่น ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสและวัสดุที่ใช้ (เช่น ใช้กระดูกหลังหู หรือ ซี่โครง) แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างก่อน โดยสามารถทักมาสอบถามโปรโมชั่นหรือนัดคิวปรึกษาได้ที่ช่องทางติดต่อของคลินิก

สรุปบทความ
การเสริมจมูกโอเพ่นเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาจมูกอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างจมูกสั้น จมูกใหญ่ หรือเคสแก้ไข เพื่อให้ได้จมูกทรงสวย ปลอดภัย และอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต หากคุณกำลังมองหา ศัลยกรรมเสริมจมูกและทำตาสองชั้นที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่เป๊ะทุกมิติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคส โดย คุณหมอเชาว์และคุณหมอแนน ปรึกษาฟรีวันนี้ เพื่อออกแบบทรงจมูกและชั้นตาที่เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของคุณ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ





