เสริมจมูกแบบปิด (Closed) ดีไหม

หลายคนที่มีความฝันอยากจะมีจมูกโด่งสวยรับกับใบหน้า มักจะมีความกังวลใจเรื่องความเจ็บและการพักฟื้นใช่ไหมคะ? โดยเฉพาะความกลัวเรื่องแผลเป็นที่มองเห็นได้ชัด ทำให้เทคนิค “การเสริมจมูกแบบปิด” กลายเป็นทางเลือกยอดฮิตที่ตอบโจทย์สาวๆ ยุคใหม่มากที่สุด เพราะช่วยเนรมิตทรงจมูกให้สวยพุ่งได้โดยไร้รอยแผลกวนใจ ซึ่งปัจจุบันมีคลินิกเสริมจมูกมากมายให้บริการด้านนี้ แต่ก่อนตัดสินใจ เสริมจมูก เราควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งก่อน วันนี้ Showtime Clinic จะมาแนะนำข้อมูลเจาะลึกแบบหมดเปลือก เพื่อให้คุณมั่นใจก่อนขึ้นเขียงเปลี่ยนลุคค่ะ

เสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) คืออะไร

เสริมจมูกแบบปิด หรือ เสริมจมูกแบบ Close (Closed Rhinoplasty) คือ เทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกแบบดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดขนาดเล็ก “ภายในรูจมูก” (Endonasal Incision) ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เพื่อสร้างช่องว่างที่สันจมูกและทำการใส่ซิลิโคนเข้าไป

จุดเด่นสำคัญคือ แผลผ่าตัดทั้งหมดจะซ่อนอยู่ด้านในรูจมูก ทำให้หลังผ่าตัดจะมองไม่เห็นรอยแผลใดๆ จากภายนอกเลย จึงเหมาะมากสำหรับคนที่กังวลเรื่องแผลเป็น หรือไม่อยากให้ใครรู้ว่าไปทำจมูกมา โดยหัวใจสำคัญของการทำเสริมจมูกแบบปิด คือการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ แพทย์จะทำการเหลาปรับแต่งซิลิโคนจมูกเคสต่อเคสเพื่อให้รับกับฐานจมูกเดิมของคนไข้ ช่วยเสริมความสูงของสันจมูกและปรับปลายจมูกให้เชิดขึ้นเล็กน้อย ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ข้อดีและข้อเสียของการเสริมจมูกแบบปิด มีอะไรบ้าง

เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ การศัลยกรรมก็เช่นกันค่ะ แม้ว่าการเสริมจมูกแบบปิดจะเป็นที่นิยม แต่ก่อนตัดสินใจทำ เราลองมาเช็กลิสต์ข้อดีและข้อสังเกตกันก่อนว่า เทคนิคนี้ตอบโจทย์ความต้องการของเราจริงๆ หรือไม่

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบปิด

  • ไม่เห็นแผลผ่าตัดภายนอก: นี่คือจุดขายหลักของเทคนิคนี้ เพราะแผลซ่อนอยู่ในรูจมูก ทำให้ไม่มีรอยกรีดที่ฐานจมูก (Columella) เหมือนเทคนิคอื่น
  • ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน: ขั้นตอนการผ่าตัดไม่ซับซ้อน ใช้เวลาเพียง 30 – 60 นาที ก็เสร็จเรียบร้อย
  • อาการบวมช้ำน้อยกว่า: เนื่องจากเป็นการเปิดแผลเล็ก เนื้อเยื่อจึงถูกกระทบกระเทือนน้อย ส่งผลให้เสริมจมูกแบบปิดมีอาการบวมช้ำน้อยกว่า และหายเจ็บไวกว่า
  • ดูแลรักษาง่าย: แผลเล็ก ดูแลทำความสะอาดง่าย ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากภายนอก

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ไม่สามารถปรับแก้โครงสร้างจมูกที่ซับซ้อนมากได้: หากมีปัญหาโครงสร้างเยอะ เช่น จมูกคดมาก หรือจมูกสั้นเหินมาก การเสริมจมูกแบบปิดอาจแก้ได้ไม่ครอบคลุมเท่าการเปิดแผลกว้าง
  • วิสัยทัศน์ในการผ่าตัดแคบกว่าแบบโอเพ่น: แพทย์ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์สูงมาก เพราะเป็นการผ่าตัดผ่านช่องเล็กๆ การมองเห็นโครงสร้างภายในจึงจำกัดกว่าแบบโอเพ่น

เปรียบเทียบชัดๆ เสริมจมูกแบบปิด vs เสริมจมูกโอเพ่น ต่างกันอย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Showtime Clinic ขอเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 เทคนิคยอดฮิต คือ เสริมจมูกแบบปิดและเสริมจมูกโอเพ่น (Open Rhinoplasty) ว่าแบบไหนกันแน่ที่ใช่สำหรับคุณ

หัวข้อเปรียบเทียบเสริมจมูกแบบปิด (Closed)เสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open)
ตำแหน่งแผลซ่อนอยู่ในรูจมูก (มองไม่เห็นจากภายนอก)มีแผลเล็กๆ ที่ฐานจมูก (Columella)
การปรับโครงสร้างเหมาะกับการเสริมความโด่ง ปรับทรงเล็กน้อยปรับแก้โครงสร้างได้ทุกรูปแบบ ยืดผนังกั้นจมูกได้
ระยะเวลาผ่าตัดเร็ว (30 – 60 นาที)นานกว่า (2 – 4 ชั่วโมงขึ้นไป)
ระยะเวลาพักฟื้นบวมน้อย หายเร็วบวมนานกว่า พักฟื้นนานกว่า

การเลือกเทคนิคไหนขึ้นอยู่กับพื้นฐานจมูกเดิม หากคุณมีโครงสร้างจมูกที่มีปัญหาซับซ้อน แพทย์อาจแนะนำให้ทำเสริมจมูกโอเพ่นเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุดกว่า แต่ถ้าพื้นฐานดีอยู่แล้ว แบบปิดก็เพียงพอค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมจมูกเทคนิคแบบปิด

  • คนที่มีพื้นฐานจมูกเดิมค่อนข้างดี: มีสันจมูกอยู่บ้าง ไม่แบนราบจนเกินไป และโครงสร้างจมูกไม่คดเอียง
  • คนที่ต้องการเสริมแค่ความโด่ง: ต้องการเพิ่มมิติให้ใบหน้า ให้สันจมูกดูคมขึ้น หรือยกปลายขึ้นเล็กน้อย
  • คนที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน: มีเวลาน้อย ต้องรีบกลับไปทำงาน หรือไม่อยากให้หน้าบวมช้ำนานๆ
  • คนที่มีงบประมาณจำกัด: โดยทั่วไปการเสริมจมูกแบบ Close จะมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า

สำหรับคนที่มีปัญหาจมูกชมพู่ หรือปลายจมูกใหญ่ หากเป็นในระดับที่ไม่รุนแรงมาก เทคนิคแบบปิดร่วมกับการเย็บอินเตอร์โดม (Interdome) อาจช่วยให้ปลายจมูกดูเรียวเล็กลงได้ แต่ถ้ามีไขมันปลายจมูกหนามาก หรือปีกจมูกกว้างมาก อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเทคนิคอื่นร่วมด้วย เพื่อให้ได้ทรงจมูก ที่สวยสมบูรณ์แบบ เช่น ทรงสโลปปลายพุ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน

เสริมจมูกแบบปิด หายเจ็บไวไหม และเสริมจมูกกี่วันหายตึง

คำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดคือ เจ็บไหม ต้องบอกเลยค่ะว่าการเสริมจมูกแบบปิดเป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้สบายมาก เพราะก่อนผ่าตัดจะมีการฉีดยาชา (หรือใช้ยานอนหลับในบางเคส) ระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บเลย

Timeline การพักฟื้นโดยประมาณ

  • 1-3 วันแรก: เป็นช่วงที่บวมที่สุด อาจมีรอยช้ำบ้างเล็กน้อย ควรประคบเย็นบ่อยๆ
  • 7-14 วัน: แพทย์จะนัดตัดไหม (ถ้ามี) อาการบวมยุบลงเยอะ เริ่มแต่งหน้าได้ หลายคนสงสัยว่าเสริมจมูกกี่วันหายตึง โดยปกติช่วง 2 สัปดาห์แรกความตึงจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • 1-3 เดือน: จมูกเริ่มรัดแกน (Rhinoplasty settling) ทรงจะเริ่มชัดและสวยเป๊ะขึ้นเรื่อยๆ
  • 3-6 เดือน: จมูกเข้าที่ 100% เนื้อเยื่อสมานสมบูรณ์ สวยเป็นธรรมชาติ

สรุปคือ เสริมจมูกแบบ Close หายเจ็บและหายตึงไวกว่าแบบโอเพ่นแน่นอนค่ะ ใครที่กลัวเจ็บ หายห่วงได้เลย

งานแก้จมูก สามารถใช้เทคนิคแบบปิดได้หรือไม่

หลายคนเข้าใจผิดว่างานแก้ต้องโอเพ่นเท่านั้น จริงๆ แล้วงานแก้จมูกสามารถใช้เทคนิคเสริมจมูกแบบปิด ไดในหลายกรณีค่ะ

  • กรณีที่แก้ได้ด้วยแบบปิด:
    • ต้องการเปลี่ยนทรงซิลิโคน
    • ซิลิโคนเดิมเบี้ยวเอียงเล็กน้อย
    • หรือต้องการเหลาฮัมพ์ (Hump) ออกเพียงเล็กน้อย
  • กรณีที่อาจต้องเปิดแผล:
    • จมูกเดิมมีพังผืดเยอะมากจากการแก้หลายครั้ง
    • มีการอักเสบติดเชื้อรุนแรง
    • ต้องการแก้โครงสร้างภายในแบบยกเครื่องใหม่

ดังนั้น หากคุณต้องการแก้จมูก แนะนำให้เข้ามาให้คุณหมอที่ Showtime Clinic ประเมินก่อนนะคะ ว่าสามารถใช้เทคนิค เสริมจมูกแบบ Close ได้ไหม เพื่อความปลอดภัยและความสวยงามระยะยาว

เสริมจมูกแบบปิดราคาเท่าไหร่

สำหรับใครที่สนใจเสริมจมูกแบบปิดกับ Showtime Clinic เรามีโปรโมชั่นสุดพิเศษ ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท เท่านั้นค่ะ ราคานี้รวมบริการดูแลครบวงจร ทั้งค่าแพทย์ ค่ายา และการติดตามผลหลังทำ เรียกว่าคุ้มค่ามาก แต่ทั้งนี้ราคาทำจมูกอาจแตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของโครงสร้างจมูกเดิมและเทคนิคเสริมพิเศษที่คุณหมอประเมินว่าจำเป็น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณค่ะ

ทำไมต้องเสริมจมูกแบบปิด ที่ Showtime Clinic

ทำไมต้องเสริมจมูกแบบปิด ที่ Showtime Clinic

การเลือกคลินิกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ ที่ Showtime Clinic เราเข้าใจความกังวลของคนไข้ เราจึงมุ่งเน้นการออกแบบทรงจมูกที่สวยเป๊ะแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ โดยทีมแพทย์มากประสบการณ์ที่จะดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ

  • ทีมแพทย์เชี่ยวชาญตัวจริง: นำทีมโดยคุณหมอเชาว์และคุณหมอแนน ที่มีความชำนาญสูงในการ เสริมจมูกแบบปิด คุณหมอจะเหลา ซิลิโคนจมูก เคสต่อเคสอย่างละเอียด เพื่อให้ซิลิโคนแนบสนิทกับฐานกระดูก ได้ทรงที่ละมุน ไม่แข็งทื่อ และลดโอกาสเบี้ยวเอียง
  • ใส่ใจความปลอดภัยและมาตรฐาน: เราคัดสรรเฉพาะวัสดุเกรดพรีเมียมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทางการแพทย์ (Implant Grade) รวมถึงห้องผ่าตัดที่สะอาด ปลอดเชื้อ และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้คุณสวยได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด
  • การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ: เราให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมา วิเคราะห์ตามโครงหน้าจริง ไม่ขายฝัน หากเคสไหนที่การ เสริมจมูกแบบ Close ไม่ตอบโจทย์ คุณหมอก็จะแนะนำเทคนิคที่เหมาะสมกว่าให้ พร้อมบริการดูแลหลังทำ (After Care) อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะหายดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูกแบบปิด

เสริมจมูกแบบปิดเจ็บไหม

เจ็บน้อยกว่าแบบโอเพ่นแน่นอนค่ะ เพราะเสริมจมูกแบบปิดเป็นการผ่าตัดเล็ก แผลอยู่ในรูจมูก ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อย และใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า ส่วนใหญ่คนไข้จะรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ แค่ช่วง 1-2 วันแรกเท่านั้น

เสริมจมูกแบบปิดพักฟื้นกี่วัน

โดยทั่วไปอาการบวมช้ำจะลดลงชัดเจนใน 3-7 วัน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และทรงจมูกจะเริ่มเข้าที่สวยงามใน 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคนค่ะ

คนที่มีปัญหาจมูกชมพู่ เสริมแบบปิดได้ไหม

หากมีไขมันปลายจมูกไม่เยอะมาก สามารถใช้เทคนิคเย็บอินเตอร์โดมร่วมกับการเสริมจมูกแบบปิดเพื่อบีบปลายให้เรียวขึ้นได้ แต่หากโครงสร้างใหญ่มาก หรือปีกจมูกกว้างมาก อาจต้องพิจารณาแบบโอเพ่นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ

เสริมจมูกแบบปิดราคาเท่าไหร่

ราคาเริ่มต้นมักจะย่อมเยากว่าแบบโอเพ่นค่ะ ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคเสริมที่เลือกใช้ (เช่น การรองปลายเนื้อเยื่อเทียม) แนะนำให้ทักแชทเข้ามาสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดกับทางคลินิกได้เลย

สรุปการเสริมจมูกแบบปิด

สรุปบทความ

การเสริมจมูกแบบปิดถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ต้องการจมูกทรงสวย ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเจ็บตัวเยอะและไม่ต้องพักฟื้นนาน หากคุณกำลังมองหา ศัลยกรรมเสริมจมูกและทำตาสองชั้นที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่เป๊ะทุกมิติ ที่ Showtime Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคส โดย คุณหมอเชาว์และคุณหมอแนน ปรึกษาฟรีวันนี้ เพื่อออกแบบทรงจมูกและชั้นตาที่เหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกของคุณ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ทุกช่องทางของ Showtime Clinic ค่ะ

Similar Posts